วันนี้เริ่มคลาสแรกของวิชา App Jp Ling หลังจากคุยเรื่องวิชากันไปพอสมควร อาจารย์ก็เปิด task แรกให้ทำเลย ก็คือการแนะนำตัว ในใจคิด…อีกแล้วเหรอ แนะนำตัวมาทั้งชีวิต (ที่เรียนภาษาญี่ปุ่น) แล้วอะ แต่เพราะหน้าคำว่า 自己紹介 มีคำว่า 魅力的な ขยาย เลยค่อนข้างคาดหวังว่า เราจะพบสิ่งใหม่ หรืออะไรที่แตกต่าง อะไรที่ทำให้แนะนำตัวแล้ว เพื่อนจะลืมชื่อทันที 55555555
เป็นการเรียนที่ตื่นเต้นมาก มาถึงเปิดทอปิคให้มา 4 อัน คือ การทักทาย บอกชื่อ บอกสิ่งที่กำลังศึกษาหรือวิจัยอยู่ และวิธีการคลายเครียด โดยไม่มีหลักการอะไรให้มาก่อน เส้นทางท้าทายเหมือนตอนเขียนนิยายแบบไม่ได้วางพล็อตก่อน และแอบหลอน ๆ เหมือนตอน 1分スピーチ ที่กดดันน้อยกว่านิดนึง ตอนนั้นอาจารย์เริ่มที่อาร์ต หลังจากเถียงกันยกใหญ่ว่าจะเริ่มที่ใคร เราเป็นคนที่ 2
และด้วยนิสัยที่ มีกฎก็จะทำตามกฎ ไม่ชอบแหกเพราะกลัวผิด อาจารย์ให้หัวข้อมาเท่าไหนก็พูดเท่านั้นเลย ไม่มีการเพิ่มเติมอะไรทั้งสิ้น ตอนพูดอาจารย์ให้อัดเสียงไว้ด้วย สคริปต์ที่พูดได้แค่ประมาณ 20 วินาที ก็ออกมาได้ประมาณนี้
こんにちは。私はティダーラットと申します。今は、あのう、流行語について研究しています。ストレスを解消する方法はBL小説を読むことです。はい。ありがとうございます。
เห็นแล้วก็คิด…นี่เรียนภาษาญี่ปุ่นมาจะ 6 ปีจริงแล้วหรือตัวฉัน ทำไมพอได้ prompt topic ทีไรมันพูดไม่ออก เรียบเรียงไม่ได้ทุกที หลังพูดก็ฟังของพี่โต้กับพี่มายพูด รู้สึกว่าพี่ทั้ง 2 คนมีการใส่ episode ให้กับเรื่องราวของตัวเองเพิ่มเติม ซึ่งเรานึกได้ทันทีก่อนที่จะดูวิดีโอของคนญี่ปุ่นด้วยซ้ำว่าส่วนนี้เป็นส่วนที่เราขาด (ส่วนหนึ่งก็เพราะอาจารย์พูดเรื่องการใส่ episode ไปแล้วก่อนหน้านี้)
ชอกช้ำ แต่มนุษย์เราโง่เพื่อที่จะฉลาดขึ้น หลังมองสคริปต์ง่อย ๆ ของตัวเอง และได้ฟังวิดีโอการแนะนำตัวของคนญี่ปุ่นที่อาจารย์เอามาเปิดให้ดู ก็ได้เห็นข้อบกพร่องในการพูดแนะนำตัวของตัวเอง และได้เห็นส่วนที่คนญี่ปุ่นทำกันจนเป็นธรรมชาติ แต่เรายังทำไม่ได้
1. ส่วนข้อบกพร่องของตัวเอง ก็คือ นิสัยหรือว่า くせ ของคนไทยที่เรียนภาษาญี่ปุ่น ไม่รู้ว่าเพราะภาษาไทยที่แม้ในภาษาพูดก็มักจะไม่ละประธานหรือเปล่า ทำให้เราติดการใช้คำว่า 私は ขึ้นต้นเสียเยอะ อันนี้โดนติตอนวิชาเขียนมาเหมือนกัน แต่ก็ยังเผลอทำเหมือนเดิม และอาจจะเป็นไปตามที่อาจารย์บอกว่า คนไทยจะพูดแบบ 私中心 (มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ตัวเอง) มากกว่าคนญี่ปุ่นที่เป็นแบบ 相手中心 (จุดศูนย์กลางอยู่ที่ผู้ฟัง)
นอกจากนี้ก็ ใช้คำฟิลเลอร์ค่อนข้างเยอะ ด้วยความที่เรียนมานาน ๆ การปล่อยให้เกิดเดดแอร์ไม่ค่อยน่าพิสมัย ก็เลยติดการพูด あのう นู่นนี่ แต่ใน 20 วินาทีที่พูด มีฟิลเลอร์ออกมาถึง 2 คำก็นับว่าเป็นความถี่ที่ค่อนข้างสูงและไม่น่าพอใจสำหรับตัวเองด้วย
ในส่วนของวิธีการเล่าเรื่องก็คือ เป็นคนเถรตรงมาก ให้มาแค่ไหนก็พูดไปเท่านั้น ลืมนึกว่าถ้าจะทำให้คนจดจำมันก็ต้องมีการใส่ episode หรือเรื่องราวอะไรสักอย่างไปด้วย หลังจากนี้ก็คงจะคำนึงถึงจุดนี้มากขึ้น และกำลังพยายามทำให้เป็นนิสัยอยู่ สุดท้ายเป็นจุดที่อาจารย์มาชี้ให้เห็นตอนเปิดผลสำรวจให้ดู ก็คือ คนไทยค่อนข้างติดการใช้คำว่า 今 ละคือ…เราก็เผลอใช้เหมือนกัน อาจจะติดมาจากไวยากรณ์ภาษาไทยที่ไม่มี tense เลยต้องใช้คำระบุเวลาเพื่อให้ชัดเจน แต่บางทีในภาษาญี่ปุ่นมันไม่ต้องมีก็ได้
2. ส่วนที่คนญี่ปุ่นทำกันจนเป็นธรรมชาติ ที่สังเกตได้ก็คือ มีความหลากหลายค่อนข้างสูง ไม่เหมือนผู้เรียนภาษาญี่ปุ่นชาวต่างชาติที่ค่อนข้างจะจำเป็น pattern มากกว่า แค่ตอนบอกชื่อก็มีทั้งลงท้ายด้วย です、と申します、といいます แต่คนไทยส่วนมากก็คิดกับความคิดที่ว่า と申します เหมาะสมที่สุดอยู่ หรือเรื่องการพูดอะไรสักอย่างหนึ่ง คนไทยจะติดการขึ้นด้วยหัวข้อ (เช่น ストレス解消方法は…) แต่คนญี่ปุ่นจะมีการสลับเอาหัวเรื่องไปไว้ด้านหลังด้วย (เช่น …がストレス解消法です。)
ตอนพูดเรื่องต่าง ๆ ก็จะมีการใส่เรื่องราวเพิ่มเติม หรือที่เรียกว่า episode เช่น ตอนที่อธิบายเรื่องที่กำลังศึกษาอยู่ ก็จะมีการขยายความหากเข้าใจได้ยาก หรือมีการบอกก่อนว่าทำไมถึงสนใจที่จะศึกษาเรื่องนี้ เพื่อเสริมความเข้าใจให้กับผู้ฟัง แสดงให้เห็นถึงลักษณะเด่นของคนญี่ปุ่นเรื่องการคำนึงถึงผู้ฟังที่ค่อนข้างมาก การคำนึงถึงผู้ฟังนี้ก็รวมไปถึงการพยายามมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง และการพยายามนำเรื่องของผู้ที่พูดก่อนหน้ามาเกี่ยวโยงกับเรื่องของตัวเองด้วย เพื่อแสดงความใส่ใจว่าตัวเองก็ตั้งใจฟังสิ่งที่คนอื่นพูดอยู่เช่นกัน
อีกอย่างหนึ่งที่สังเกตได้คือคนญี่ปุ่นจะชอบใช้การพูดเกริ่นด้วย ですが、ですけど、ですけれども รู้สึกว่าเป็นการเรียกความสนใจผู้ฟังได้ด้วย แบ่งวรรคการพูดให้เป็นธรรมชาติและน่าฟังได้ด้วย สุดท้ายก็คือการพูดแนะนำตัวของคนญี่ปุ่นจากวิดีโอ สามารถเชื่อมเรื่องหนึ่งไปสู่อีกเรื่องหนึ่งได้อย่างไม่ขัดหูขัดตา เช่น ตอนจะเปลี่ยนจากเรื่องที่กำลังวิจัยไปวิธีคลายเครียด ก็จะสร้างความเชื่อมโยงว่า เพราะวิจัยมันเครียดก็เลยต้องคลายเครียดด้วย
หลังจากได้เรียนรู้และแก้ไขข้อบกพร่องตามที่สังเกตได้ สคริปต์ก็ออกมาเป็นเช่นนี้
みなさん、こんにちは。ティダーラットと申します。今、研究していることなんですが、日本人とタイ人の流行語の使用について興味を持っているので、語源と社会との関係の場面で研究を行っています。それをするには結構ストレスがたまるので、そのストレスを解消するにはいつもBL小説を読んでいます。小説を読みすぎることもあるんですが、これから研究にも頑張りたいと思います。よろしくお願いします。
ตรงนี้ก็ยังมีข้อบกพร่องอยู่นิดหน่อยตามที่อาจารย์เคาะมา คือเรื่องใช้ 今 แล้วก็บางส่วนยังขยายความได้ไม่เพียงพอ เช่น BL小説 สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยอาจจะไม่ทราบว่ามันคืออะไร อาจจะต้องอธิบายเพิ่มเติมเป็น …男同士の恋愛というBL小説を読んでいます。
คิดว่ากว่าจะพูดแบบนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องมีการเตรียมตัวอะไร น่าจะต้องใช้การฝึกฝนพอสมควรทีเดียว สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อนจ้า แล้วพบกันใหม่โอกาสหน้า 😉


すいか น่ารักจังเลยค่ะ การแนะนำตัวยากนะคะ แต่ว่าพอแนะนำตัวบ่อยๆก็จะดีขึ้น พอเขียนอันใหม่ดีมากขึ้นเลย เก่งมาก 語源と社会との関係の場面で研究を行っています อันนี้คงหมายถึง 語源と社会との関係について研究を行っています หรือเปล่าเอ่ย
ถูกใจชื่นชอบโดย 1 คน
พอหนูพูดเรื่องการใช้ ですが、ですけれども พี่นึกถึงตอนพี่แลกเปลี่ยน คือมันจะมีคาบนึงที่เด็กแลกเปลี่ยนทำกิจกรรมกับเด็กญี่ปุ่น อาจารย์ก็มีให้แนะนำตัวเอง มีบังคับให้พูดชื่อกับงานอดิเรก เด็กแลกเปลี่ยนก็จะพูดเรียบๆแบบชื่ออะไร มีงานอดิเรกอะไร แต่เด็กญี่ปุ่นแทบทุกคนมีพูด ですが、ですけれどもก่อนเข้าเรื่องงานอดิเรกตัวเอง
พี่เลยรู้สึกว่าการพูด ですが、ですけれどもเป็นเอกลักษณ์แบบญี่ปุ่นจ๋ามากนะ ถ้าพวกเราสามารถนำไปพูดได้จริง คนญี่ปุ่นต้องว้าวเวลาเราพูดแนะนำตัวแน่ๆ!
ถูกใจถูกใจ