翻訳「ささえる人の歌」back number

ถ้าอ.กนกวรรณ หรือเพื่อน ๆ ที่เคยอ่าน blog นี้เดินผ่านมา ก็อยากบอกว่า หนูก็ยังขายเพลง back number อยู่นะคะ 555555555555555555555 แต่เพลงวันนี้ที่แปลเนี่ย หลุดคอนเซปอกหักรักคุดของ back number อยู่ เพลงหวานเจี๊ยบเลย

เอาจริง ๆ ปกติเพลงแบคนัมเบอร์จะแปลยากมากเพราะคำ เพราะการเปรียบเทียบบ้างอะไรบ้าง แต่เพลงนี้แปลไม่ยากเลย simple words ล้วน ๆ เหมือนแฝงนัยว่า ก็เป็นห่วง ไม่เห็นต้องพูดอะไรให้ซับซ้อนเลย อะไรประมาณนั้น

วันนี้อินโทรเป็นภาษาไทยเพราะคิดถึงตอนเรียน app jp ling ล้วน ๆ เลย อยากกลับไปเรียนวิชานี้อีกจัง เทอม 2 ถ้าว่างหนูจะไปซิทอินให้อาจารย์รำคาญตาเล่นนะคะ555555555

**********************************

元気で毎日暮らしてますか
朝は起きられているのでしょうか
野菜もきちんと食べていますか
つらい想いはしてませんか

ในทุกวัน เธอสบายดีใช่ไหม

ตอนเช้าล่ะตื่นได้หรือเปล่า

แล้วได้กินผักไหม

มีเรื่องอะไรต้องทุกข์ใจหรือเปล่า
*

頑張ってって言いながら
あまり無理しないでねって
思っています
心配になる事も寂しくなる事も
あるけど
元気でいてくれたら

ถึงฉันจะพูดว่าให้สู้ ๆ นะ

แต่ฉันก็คิดว่าอย่าฝืนเกินไปดีกว่า

ไอเรื่องที่ทำให้กังวลหรือเหงามันก็มีบ้าง

แต่ถ้าเธอสบายดีก็ดีแล้วล่ะ
*

愛する人がどこにいても
心から笑えますように
少しくらい嫌な事があっても
今日を笑って終えてくれたなら

สำหรับคนที่ฉันรัก ต่อให้เขาอยู่ที่ไหน

ฉันก็แค่ขอให้เขายิ้มกว้าง ๆ ได้ก็พอแล้ว

แม้บางทีจะมีเรื่องที่ไม่ค่อยดีเข้ามาก็ตาม

แต่ถ้าจบวันด้วยรอยยิ้มได้ก็พอแล้วล่ะ
*

ただそれだけで
それだけでいい
こっちは心配いらないから
たまに疲れたら帰っておいで
あなたの好きなものを作って
待っているから

แค่นั้นก็พอแล้ว พอแล้วจริง ๆ

เธอไม่ต้องเป็นห่วงทางนี้นะ

บางทีถ้าเหนื่อยก็กลับมา

แล้วฉันจะทำของที่ชอบไว้รอ

*

人生は一度だから
自分が思うように
生きるのもいい
本当は出世なんて
してもしなくてもいいんだよ
間違えたっていい
そのままでいい

ชีวิตน่ะมันมีแค่ครั้งเดียวนะ

ใช้ชีวิตอย่างที่ตัวอย่างอยากใช้ก็ได้

แล้วก็ไม่ต้องคิดว่าต้องประสบความสำเร็จก็ได้

จะผิดพลาดบ้างก็ไม่เป็นไร

แค่เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว

*
愛する人がどこにいても
心から笑えますように
少しくらい嫌な事があっても
今日を笑って終えてくれたなら
สำหรับคนที่ฉันรัก ต่อให้เขาอยู่ที่ไหน

ฉันก็แค่ขอให้เขายิ้มกว้าง ๆ ได้ก็พอแล้ว

แม้บางทีจะมีเรื่องที่ไม่ค่อยดีเข้ามาก็ตาม

แต่ถ้าจบวันด้วยรอยยิ้มได้ก็พอแล้วล่ะ

*

ただそれだけで

それだけでいい
こっちは心配いらないから
たまに疲れたら帰っておいで
あなたの好きなものを作って
待っているから
待っているから

แค่นั้นก็พอแล้ว พอแล้วจริง ๆ

เธอไม่ต้องเป็นห่วงทางนี้นะ

บางทีถ้าเหนื่อยก็กลับมา

แล้วฉันจะทำของที่ชอบไว้รอ

ฉันจะรอนะ

**********************************

翻訳「藍」スキマスイッチ

まだ 翔潤に超はまってる時に知った曲なんだけど、じっと聞いてみるとなんか興味深い歌なんだなあって今ごろ気づいた。「愛」じゃなく「藍」という漢字が使われてることも、この曲の主人公が「愛」というものを知らないなんじゃないかな。

で、みなさんにとって「愛」というものはどんなものなんでしょうか。

********************************************

「愛」 どこで誰が創造したもんなんでしょうか
難解なんだね
感情ってどこへ向かうべきもんなんでしょうか
そっと教えてよ

สิ่งที่เรียกว่ารักเนี่ย ใครเป็นคนสร้างมันขึ้นมา แล้วมันเกิดขึ้นที่ไหน

มันก็ยากจะตอบอยู่เหมือนกันเนอะ

แล้วไอความรู้สึกนี่ล่ะ ควรจะพามันไปในทิศทางไหนดี

ช่วยบอกหน่อยได้ไหม

*
飛ぶ鳥は大空を迷うことなく飛べるのに
いったい僕らはどこへ向かうんだろう

ขนาดนกที่บินอยู่บนฟ้าอันกว้างใหญ่ยังบินไปโดยไม่หลงทิศ

แล้วพวกเราล่ะ กำลังมุ่งไปทางไหนกันแน่

*

恋愛の成功率はね 散々でね
いつだって成就しないまま
とはいえ好きになっちゃうんじゃもう嫌になるよ
どうかいなくなれ
こんなんなら存在自体よ消えちまえ
そう思ってどのくらい経つだろう
来週はいつ会えるんだろう

โอกาสที่รักนี้จะสมหวัง มันก็หนักเอาการอยู่เหมือนกันนะ

ไอจะไปชอบแบบไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะสมหวังก็ไม่เอาอะ

ถ้ามันจะเป็นแบบนั้นก็ขอหายตัวไปเสียดีกว่า

พอคิดแบบนั้นเวลาก็ผ่านไปตั้งเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้

อาทิตย์หน้าจะได้เจอเธอเมื่อไหร่นะ

*

愛すべき人は運命的に
決まってるってそれが本当なら
視界に入ったものすべて
受け入れてしまえばいいんだ
解っちゃいるんだよ
ถ้าเกิดเรื่องที่ว่าพรหมลิขิตกำหนดเนื้อคู่มาให้เราแล้วเป็นเรื่องจริง

ก็พอเข้าใจได้ล่ะนะว่าคงต้องยอมรับทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามา

*

大通りのど真ん中を
歩けるような僕じゃないから
大抵足元を気にして生きている

ผมก็ไม่ใช่คนที่จะเดินผ่ากลางถนนใหญ่เสียด้วยสิ

ก็ใช้ชีวิตแบบระวังตัวมาตลอดนี่นา

*

最大の問題点はね 現状じゃね
どうしようもない関係だね
そのうえ会いたくなるんじゃもう嫌になるよ
どうかいなくなれ
こんなんなら存在自体よ消えちまえ
そう思ってどのくらい経つだろう

แต่ปัญหาใหญ่ตอนนี้ก็คือสภาพผมตอนนี้น่ะสิ

อยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่รู้จะเอายังไงกับมัน

แต่ก็ยังอยากพบเธออยู่ แบบนี้ไม่ชอบเลยอะ

ถ้ามันจะเป็นแบบนั้นก็ขอหายตัวไปเสียดีกว่า

พอคิดแบบนั้นเวลาก็ผ่านไปตั้งเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้

*

いったい僕らはどこへ向かうんだろう

แล้วพวกเราล่ะ กำลังมุ่งไปทางไหนกันแน่

*

恋愛の成功率はね 散々でね
いつだって成就しないまま
とはいえ好きになっちゃうんじゃもう嫌になるよ
どうかいなくなれ
こんなんなら存在自体よ消えちまえ
そう思ってどのくらい経つだろう
โอกาสที่รักนี้จะสมหวัง มันก็หนักเอาการอยู่เหมือนกันนะ

ไอจะไปชอบแบบไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะสมหวังก็ไม่เอาอะ

ถ้ามันจะเป็นแบบนั้นก็ขอหายตัวไปเสียดีกว่า

พอคิดแบบนั้นเวลาก็ผ่านไปตั้งเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้

*

最大の問題点はね 現状じゃね
どうしようもない関係だね
そのうえ会いたくなるんじゃ
もう嫌になるよ
どうかいなくなれ
こんなんなら存在自体消してしまえ
来週はいつ会えるんだろう
ねぇ 僕らいつ会えるの?

แต่ปัญหาใหญ่ตอนนี้ก็คือสภาพผมตอนนี้น่ะสิ

อยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่รู้จะเอายังไงกับมัน

แต่ก็ยังอยากพบเธออยู่ แบบนี้ไม่ชอบเลยอะ

ถ้ามันจะเป็นแบบนั้นก็ขอหายตัวไปเสียดีกว่า

อาทิตย์หน้าจะได้เจอเธอเมื่อไหร่นะ

แล้วเราล่ะ จะได้พบกันเมื่อไหร่

********************************************

翻訳「Slow&Easy」平井大

もう翻訳されたかはわかんないけど、一応ここで。

この歌を大切な人(とは言えるかな?)に送るので、日本語が少ししかわからないその人のために訳した。Slow&Easy…歌詞もその感じかな。難しいことはなく、歌もそういうことかなあ。「理解しようとするもの」じゃなく、「心をメロディーに流れて聞くもの」なんじゃないかな。

じゃ、ご覧ください。

Oh my 心地いい風と ほら Sunshine

浜辺に忘れてきた Smile

拾い集めにいこう

のんびりいこうよ

สายลมเย็นสบายกับแสงอาทิตย์

และรอยยิ้มที่ลืมไว้ที่หาดทราย

ไปเก็บรอยยิ้มนั้นแล้วปล่อยกายให้สบายกัน

I know… でも焦りすぎなんじゃないの?

周り見渡してごらんよ

答えはいつだって

近くにあるよ

ฉันรู้แหละ แต่นี่มันรีบไปหน่อยหรือเปล่า

ลองมองไปรอบ ๆ ดูไหม

คำตอบน่ะมันก็อยู่ใกล้ ๆ ตัวนี่แหละ

前だけ見てたら

愛すべき人や風景に

気づけないから

Let’s take it slow and easy together

ถ้ามัวแต่มองไปข้างหน้า

ก็อาจจะหลงลืมคนที่ควรรักหรือทิวทัศน์รอบตัวไป

Let’s take it slow and easy together

キミと眺める海は透き通って

太陽はいつもより眩しくて

幸せは「作るもの」じゃなくて

「気づく事」なんだって きっと

なんでもないありふれた朝も

苦しくて眠れない夜も

この先どんな事があっても

Always 幸せはここにある

ทะเลที่ได้มองกับเธอช่างสดใส

ดวงอาทิตย์ก็เจิดจ้ากว่าทุกวัน

ความสุขไม่ใช่สิ่งที่ต้องสร้างแต่เป็นสิ่งที่ต้องรู้สึกต่างหาก

ทั้งเช้าวันธรรมดา ๆ ที่ไม่มีอะไร

และค่ำคืนที่ทรมานจนนอนไม่หลับ

หลังจากนี้ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น

ความสุขก็อยู่ตรงนี้เสมอนะ

Oh my 心地いい歌を under starlight

歌ってあげるから Don’t cry

一人じゃないでしょ?

一緒にいこうよ

ฉันจะร้องเพลงที่ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นใต้แสงดาวนี้

เพราะฉะนั้นอย่าร้องไห้เลยนะ

รู้ใช่ไหมว่าไม่ได้อยู่คนเดียว ไปด้วยกันนะ

I know… でも考え過ぎなんじゃないの?

大切な事は意外と

もっと簡単で

「感じること」さ

ฉันรู้ แต่ว่าคิดมากเกินไปหน่อยหรือเปล่า

สิ่งสำคัญน่ะ มันง่ายกว่าที่คิดนะ

ก็แค่รู้สึกมันเท่านั้นเอง

理屈じゃないから

愛すべき人や風景に

もっと身をゆだねて

Let’s take it slow and easy together

มันไม่มีทฤษฎีอะไรหรอก

เพราะฉะนั้นมาปล่อยตัวตามสบายไปกับคนที่ควรรัก ไม่ก็ทิวทัศน์รอบ ๆ นะ

Let’s take it slow and easy together

キミと眺める海は透き通って

太陽はいつもより眩しくて

幸せは「作るもの」じゃなくて

「気づく事」なんだって きっと

なんでもないありふれた朝も

苦しくて眠れない夜も

この先どんな事があっても

Always 幸せはここにある

ทะเลที่ได้มองกับเธอช่างสดใส

ดวงอาทิตย์ก็เจิดจ้ากว่าทุกวัน

ความสุขไม่ใช่สิ่งที่ต้องสร้างแต่เป็นสิ่งที่ต้องรู้สึกต่างหาก

ทั้งเช้าวันธรรมดา ๆ ที่ไม่มีอะไร

และค่ำคืนที่ทรมานจนนอนไม่หลับ

หลังจากนี้ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น

ความสุขก็อยู่ตรงนี้เสมอนะ

ココロが選んだ

愛すべき人や風景を

忘れないでね

Let’s take it slow and easy together

อย่าลืมคนที่ควรรักที่หัวใจเลือกหรือทิวทัศน์รอบตัวนะ

Let’s take it slow and easy together

一人眺める海はせつなくて

太陽はいつもよりさみしくて

過ぎて行く時と風の中で

大切な想いに気づいて

なんでもないありふれた日々を

愛おしく感じるそれだけで

この先どんな事があっても

Always 幸せになれるから

ทะเลที่ต้องดูคนเดียวมันช่างทรมาน

และพระอาทิตย์ก็ดูเหงาหงอยกว่าทุกวัน

พยายามรู้สึกถึงวันเวลาที่ผันผ่านและสิ่งสำคัญ

ที่ล่องลอยอยู่ในสายลมนั้นหน่อยนะ

เพียงแค่เรารู้สึกถึงความรักในวันคืนที่แสนธรรมดาไม่มีอะไรพิเศษ

หลังจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

เราก็จะมีความสุขได้เสมอแหละ

翻訳「Still」Arashi

ここ数年、とても悲しくて心が壊れちょいそうな時は、いつも嵐の歌に救われた。嵐の歌で勇気をもらった。嵐の歌でもう一度立ち直れた。今年の9月15日はデビュー20周年になる。でも、すでに発表した活動休止で、涙ながら20周年を祝うと思う。

今は精神的に疲れ切って、もうこの世から消えちゃいたいのに、癒しの存在であった嵐はもうそうじゃなくなった。聞けば聞くほど、涙が止まらなくなった。こんな時はどうしたらいいかわからなくなった。できることは、いいお別れ、再会の可能な別れになりますようと祈るしかない。

生きることはつらい。それでも、生きていくしかない。生きる理由がわからないままで。どうか幸せである自分がいつか会えますように。

「いつか…」君が言った 忘れそうなその言葉を思い出していた
道の上で季節を呼ぶ 風が止まる
そして君の声で我に返る いつもの暮らしは続いている
何もかもか輝いてたあの日から
“สักวันหนึ่ง…” อยู่ ๆ ฉันก็นึกถึงคำที่เธอพูดขึ้นมาได้ทั้งที่เกือบลืมไปแล้ว
บนถนนสายนั้น สายลมที่เพรียกหาฤดูกาลก็พลันหยุดลง
แล้วเสียงของเธอก็ทำให้ชีวิตของฉันดำเนินต่อมาได้
ตั้งแต่วันที่ทุกอย่างดูสว่างสดใสไปหมดในวันนั้น

扉を閉ざしたら 消えてしまいそうなことばかりだ
素直になれなくて去って行った儚い毎日
พอปิดบานประตูแล้ว ก็เจอแต่สิ่งที่กำลังจะหายไป
ทุก ๆ วันก็ผ่านไปอย่างน่าเสียดายโดยไม่เคยซื่อตรงกับตัวเองเลย

たぶんあの時僕らは歩き出したんだ 互いに違う道を
いつかあの想いが輝き放つ時まで
車輪が回り出したら 旅は始まってしまうから
もうはぐれないように 過去をそっと抱きしめる
บางทีในวันนั้น เราอาจจะเลือกเดินไปคนละเส้นทาง
จนกว่าจะถึงวันนั้นที่ความรู้สึกของเราเด่นชัดขึ้นมา
แต่พอล้อมันเริ่มหมุนแล้วก็หมายความว่าการเดินทางมันเริ่มไปแล้วน่ะสิ
และก็ต้องยึดอดีตเอาไว้เพื่อไม่ให้ตัวเองหลงทาง

ずっと隠していた秘密だって 君だけには伝えて来たんだ
どんな時も僕の全て たぶんまだ…

騒がしい街並 すれ違っていく名も知らない人
みんなそう大切な誰かがいて胸を焦がしてる
ฉันบอกความลับที่ซ่อนเอาไว้ตลอดให้เธอรู้เพียงแค่คนเดียว
ไม่ว่าเวลาไหน ทั้งหมดของฉันมันก็ยังคงเป็นของเธอ
ในบรรดาคนไม่รู้จักที่เดินสวนกันในเมืองแสนวุ่นวาย
ทุกคนก็คงมีคนสำคัญของตัวเองอยู่ และคงกำลังวอนขอให้ได้เจออยู่

抱えた物の多さに潰れそうなその時には 思い出して 
ずっと繋いできた その手は嘘じゃないから
戻れるはずもない日が愛おしいよ でも明日も僕達を待っている
何処だってまだ行ける
ในตอนที่ตัวเองกำลังเหมือนจะแตกสลายด้วยเรื่องมากมายที่แบกรับอยู่
ก็นึกขึ้นได้ว่ามือที่จับกันมาตลอดไม่ใช่เรื่องโกหก
ฉันก็คิดถึงวันที่ไม่มีวันกลับมาอยู่หรอก แต่วันพรุ่งนี้ก็ยังรออยู่เหมือนกัน
ก็ยังไปที่ไหนก็ได้อยู่เหมือนเดิม

“あの日 君は僕になんて言ってたっけ…”
なんて言ったってもう関係ないね
“วันนั้นเธอพูดอะไรกับฉันนะ…”
แม้จะพูดแบบนั้นแต่ก็ไม่เกี่ยวกันหรอก
散々会って 段々分かって 季節迫り来て散々泣いて
君は君 夢 でっかく描いて
僕はここから成功を願ってる
ได้พบกัน ค่อย ๆ เข้าใจกัน ฤดูกาลผันเปลี่ยน และร้องไห้ใจจะขาด
เธอเองก็วาดฝันของตัวเองไว้ยิ่งใหญ่
ฉันเองก็จะขอให้เธอประสบความสำเร็จอยู่ตรงนี้
「待ってるだけじゃ明日はないから
動いた ここじゃ始まらないから」
ถ้าแค่รอก็ไม่มีวันพรุ่งนี้หรอก ถ้าจะเริ่มจากตรงนี้มันไม่ได้

先の見えない暗い道路も
それが例え迂回路でも
いまは少し二人とも
つらい表情 しまっておこう
แม้จะเป็นทางที่มืดมนจนไม่เห็นข้างหน้า หรือต่อให้เป็นทางอ้อมก็ตาม
ตอนนี้อย่าน้อยเราทั้งสองคนก็ซ่อนความรวดร้าวนี้ไว้กันเถอะ

これは別れではない 出逢いたちとのまた新たな始まり
ただ 僕はなおあなたに逢いたい
まだ…
いつか笑ってまた再会 そう絶対
นี่มันไม่ใช่การแยกทางหรอก ถ้าได้เจอกันอีกก็เป็นจุดเริ่มต้นใหม่
แค่ตอนนี้น่ะ ฉันอยากจะเจอเธออีกครั้ง
ยังอยากจะเจอกันอีกครั้งด้วยรอยยิ้ม อยากจะทำแบบนั้น

たぶんあの時僕らは歩き出したんだ 互いに違う道を
いつか二人会った意味が分かる時まで
車輪が回り出したら 旅は始まってしまうから
もうはぐれないように 過去をそっと抱きしめる
บางทีในวันนั้น เราอาจจะเลือกเดินไปคนละเส้นทาง
จนกว่าเราจะเข้าใจความหมายของการที่เราสองคนได้พบกัน
แต่พอล้อมันเริ่มหมุนแล้วก็หมายความว่าการเดินทางมันเริ่มไปแล้วน่ะสิ
และก็ต้องยึดอดีตเอาไว้เพื่อไม่ให้ตัวเองหลงทาง

夏休みの日記: 絶望・新たな絆・ちょっと成長してきた自分

หลังจากที่อัพเดตบล็อคไปราว 2 เดือนก่อน บ่นขิงว่าฝึกงานไม่เริ่มสักที สรุปว่าเราไม่อยากเสี่ยงกับที่ฝึกงานที่ได้ก่อนหน้าเพราะทางนั้นดูไม่ค่อยพร้อมรับเด็ก เราก็เลยตัดสินใจหาที่ฝึกงานใหม่แบบปุบปับมาก ๆ เดี๋ยวจะเล่าหลังจากนี้ แล้วก็มีเรื่องผิดหวังมาก ๆ แต่ก็ทำให้ตัวเองโตขึ้นและทางกลับกัน เรารู้สึกว่าตัวเองก็แข็งแกร่งขึ้นนิดหน่อยด้วยล่ะ

インターン生として1か月半の生活

ที่แรกที่เราได้ เป็นที่ที่เพื่อนชวนไปเพราะเพื่อนเคยทำงานพาร์ทไทม์อยู่ ตอนที่รับมา จุดนั้นเริ่มสิ้นหวังว่าจะหาไม่ได้ คว้าอะไรได้ก็คว้าไว้ก่อน มาย้อนคิดดูอีกทีเป็นความคิดที่เห็นแก่ตัวนิดหน่อย ยิ่งตอนตัดสินใจจะไม่ทำแล้วยิ่งรู้สึกผิด แต่ทางบริษัทนั้นก็เพิ่งตั้งใหม่ยังดูไม่ค่อยพร้อมจริง ๆ เราก็เลยพยายามหาใหม่ ตอนนั้นคือปลายเดือนมิถุนายนแล้ว เพื่อนที่ฝึกก็คือฝึกกันเกือบเดือนแล้ว ส่วนเราก็ไม่รู้อนาคต ไม่รู้ว่าผลแลกเปลี่ยนจะเป็นยังไงด้วย แต่ก็พยายามหาใหม่

แล้วเราก็เจอโฆษณาใน Facebook เด้งขึ้นมา เป็นโฆษณารับเด็กฝึกงานให้กับบริษัทที่ทำเว็บรวบรวมงานในบริษัทญี่ปุ่นเว็บหนึ่ง คือเราไม่ได้กดไลค์เพจแต่มารู้ที่หลังว่าพี่ที่ยิงโฆษณาเขาเจาะกลุ่มเพื่อนของคนที่กดไลค์เพจด้วยเราก็เลยเห็น

ตอนนั้นคือ กดสนใจงานวันพุธ ทางบริษัทติดต่อมาวันพฤหัส ไปสัมภาษณ์วันศุกร์ แล้วเริ่มงานวันจันทร์เลย ปุบปับและเร็วมาก ๆ จนเราเผลอคิดไปแวบนึงว่าบริษัทนี้รับคนง่ายดีแฮะ แต่ก็มารู้ทีหลังว่าความจริงแล้วไม่ได้เป็นแบบนั้น5555555555555

งานที่เราได้ทำที่บริษัทนี้ไม่ได้ Challenging หรือต้องการอะไรจากเรามาก งานที่ได้รับมอบหมายก็คือ อธิบายเราก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องมาเรียนรู้อะไรยาก ๆ ใหม่ แถมมีคนคอยชี้แนะทุกขั้นตอน ดูแลกันทั้งด้านการทำงานและด้านจิตใจด้วย แต่สิ่งสำคัญมาก ๆ คือ ทักษะการสื่อสาร สำหรับเราไม่ใช่แค่เรื่องกำแพงภาษา ภาษาที่แตกต่างของคนในที่ทำงานก็ส่วนหนึ่ง (มีทั้งคนไทยที่พูดอังกฤษได้อย่างเดียวและพูดได้ทั้งญี่ปุ่นและอังกฤษ และคนญี่ปุ่นที่สื่อสารภาษาอังกฤษได้แต่ไม่รู้ภาษาไทย) แต่สิ่งสำคัญกว่าเป็นเรื่องการสื่อสารให้รู้เรื่องและประสานงานกับคนอื่นให้ได้มากกว่า

ตำแหน่งที่เราเข้าไปทำอาจจะเรียกได้ว่าเป็น Marketing Assistant ที่พวกตำแหน่ง General เบ๊เล็ก ๆ ฟากการตลาดเราทำฝั่ง B to C (Business to Customer) คือพยายามสร้าง engagement กับกลุ่มลูกค้าที่เป็นบุคคล โดยจะทำพวก Content ใน Facebook เพื่อสร้าง Engagement และทำให้เว็บเป็นที่รู้จักมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องพยายามทำให้เรซูเม่ของสมาชิกเว็บไซต์มีคุณภาพด้วย แล้วที่สนุกที่สุดสำหรับฟากการตลาดก็คือ เราโชคดีที่เข้าไปช่วงเด็กฝึกงานญี่ปุ่นกำลังจะทำอีเวนท์ เราก็เลยช่วยเด็กฝึกงานญี่ปุ่นโดยตรงในการประสานงานกับฟากคนไทย รวมถึงทำพวกโปสเตอร์งานต่าง ๆ ด้วย ได้ฟื้นสกิล Photoshop นิดหน่อย สนุกมากกกก

แต่อีเวนท์นี่เรียกได้ว่าทั้งสนุกทั้งลำบากเหมือนกัน เราต้องหาวิธีให้คนมาเข้าร่วมงานให้ได้มากที่สุด ต้องปรึกษากับทีมกันแบบหัวแทบแตก แถมวันงานก็ต้องพรีเซนต์สั้น ๆ ด้วย เล่นเอาคนที่ไม่ค่อยถนัดพรีเซนต์ต่อหน้าคนเยอะ ๆ ประหม่าไปเลย 555555555 แล้วเราก็จบฝึกงานด้วยอีเวนท์นี้ ยอมรับว่ามีข้อผิดพลาดไม่น้อยแหละ แต่พี่ที่ทำงานก็ปลอบใจบอกดีแล้ว ๆ

รีูปวันพรีเซนต์จบฝึกงาน

ส่วนตำแหน่ง General เบ๊ เราได้เรียนพวกงานธุรการทั่วไปแหละ แบบติดต่อประกันสังคม ภกด ต่าง ๆ ที่เลขยุบยับไปหมด การจ่ายบิลแบบมีการหักภาษี ณ ที่จ่าย ตอนแรกคืองงมาก แต่ตอนนี้ก็พอเข้าใจ process โดยรวม รู้สึกว่าทำอะไรแบบนี้ก็น่าสนใจอยู่เหมือนกัน

สิ่งสำคัญที่เราได้มาจากที่นี่ก็คือมิตรภาพจริง ๆ พี่ ๆ ที่ฝึกงานน่ารักกันทุกคน น่ารักไปยัน CEO เราชอบ mentoring session มาก ๆ แม้จะเคยเข้าแค่ครั้งเดียว เราเหมือนได้ฟัง vision จากคนที่มีประสบการณ์ แล้วเราก็พอเห็นแนวทางของตัวเองต่อจากนี้ไปด้วย ได้เพื่อนคนญี่ปุ่นรุ่นราวคราวเดียวกัน ไปเที่ยวด้วยกัน เป็นช่วงเวลาที่สนุกแบบคาดไม่ถึงเลย

และที่สำคัญมากที่สุด ที่นี่ เรารู้สึกว่าภาษาญี่ปุ่นตัวเองก็ไม่ได้ง่อยขนาดนั้นนี่!! ก็สื่อสารได้อะ พูดคุยกันรู้เรื่อง แค่แบบ ระดับเป็นทางการอาจจะต้องไปฝึกอีกเยอะ

人生第一の大きな失敗

อย่างที่เราเกริ่น ช่วงปิดเทอมเราเจอความผิดหวังครั้งใหญ่ ทุนรัฐบาลญี่ปุ่นนิคเคนเซที่เราสอบไปเมื่อต้นปี พอเรื่องไปถึงกระทรวงที่ญี่ปุ่นแล้วเราไม่ผ่าน ช่วงรู้ผลก็คือช่วงเราฝึกงานอาทิตย์แรกพอดี วันนั้นก็คือร้องไห้ในที่ทำงานจนพี่ ๆ เขาตกใจกันทั้งบริษัท (แต่วันต่อมาก็คือสภาพซอมบี้ ออกมาทำงานได้ปกติ)

เราอาจจะถือว่านี่เป็นความผิดหวังครั้งใหญ่ครั้งแรกในชีวิตของเราก็ได้ ก่อนหน้านี้เรื่องผิดหวังที่เราเจอไม่เคยเป็นก้าวใหญ่ของชีวิต อย่างมากก็แค่เรื่องเล็กน้อยที่มีผลกับเราไม่นาน เราสอบม.ปลายติดทั้งที่อ่านหนังสือไม่นาน เราสอบมหา’ลัยได้โดยผลไปตามที่เราหวัง เราเข้าเอกได้โดยที่อาศัยความพยายามอยู่เหมือนกันแต่ก็สำเร็จแบบสวยงาม เราอาจจะพลาดทุนซุยเซ็นปีที่แล้วแต่เป็นเรื่องที่เราคาดไว้ตั้งแต่ส่งใบสมัคร

แต่มันต่างจากครั้งนี้ที่เราตั้งใจมาก ๆ ใส่ใจทุกขั้นตอน เขียน study plan อ่านหนังสือสอบ เตรียมตัวสัมภาษณ์ แต่ผลที่เราได้รับกลับไม่ตรงกับที่เราคาดหวัง จุดนั้นคือแผนที่เราวางไว้ 1 ปีข้างหน้าพังทลายแบบไม่มีชิ้นดี เราร้องไห้จนนอนหลับไม่ได้ ต้องโทรไปหาเพื่อนที่ก็ฝึกงานเหนื่อยเหมือนกัน เราโชคดีที่เรามีเพื่อนคอยปลอบและให้คำปรึกษาที่ดี เพื่อนคนนั้นบอกเราว่า

“Everything happened for a reason”

การที่เราไม่สมหวังกับสิ่งนี้ มันอาจจะเพื่อให้เราไปเจอสิ่งอื่น

ครั้งนี้เราโชคดีที่มีเพื่อนดี พ่อแม่อยู่ข้าง ๆ พี่และเพื่อนที่ฝึกงานที่ให้ความมั่นใจว่าเรายังมีศักยภาพอยู่ แล้วก็โชคดีสุด ๆ ที่ปีนี้วิรัชกิจเปิดทุนรอบฤดูใบไม้ผลิช้า เราก็เลยสมัครทัน เราก็เลยลองดูอีกสักรอบแม้รอบนี้จะมีโอกาสน้อยนิดที่เราจะได้ทุนสนับสนุนชีวิตความเป็นอยู่ก็เถอะ55555555

อวยพรให้ชินชูรับเรา และขอให้ Jasso เมตตาเราด้วย

最後に

ดกไคเต็ม คนสอบเองก็งง เพราะตอนนั้นอ่านไม่รู้เรื่องจ้า 55555555555

ขออออออออออออออออขิงงงงงงงงงงงงงงงงคะแนนนนนนนนนนนนนนนน N1 หน่อยค้าบบบบบบบบ เสีย 800 แบบไม่สูญเปล่า คะแนนขึ้น น้ำตาจะไหล5555555555555555555 ตรงนี้อนุญาตให้มาตบได้นะคะ เล่าความรันทดมา 3 พารากราฟ จบด้วยความน่าหมั่นไส้

Back Number ยังไม่ออกเพลงใหม่เลยค่ะ ชีวิตเศร้า ๆ หน่อยช่วงนี้ แต่ก็ยังดีที่บอลพรีเมียร์ลีกเปิดฤดูกาลแล้วววววว เย่ แค่เราตั้งปณิธานไว้ว่าจะไม่ตายจนกว่าลิเวอร์พูลจะได้แชมป์ เราก็จะมีชีวิตอยู่ไปได้อีกอย่างน้อย 1 ปี (หรืออีกหลายปี เพราะไม่ยอมได้แชมป์สักที)

ขออนุญาตขิงถ้วย UCL สมัยที่ 6 สักหน่อย อุตส่าห์ถ่อไปพระราม 9 เพื่อถ่ายรูป 3 วิ

何かがあっても、人生は続いていくのだろう

翻訳:記事④日清と植物由来プラスチック

ชอบกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกันไหมคะ

เราเป็นคนหนึ่งที่ชอบกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหรือที่ทุกคนคุ้นหูในชื่อมาม่ามาก ๆ แต่ยี่ห้อที่เราชอบไม่ใช่มาม่านะคะ ตั้งแต่นิชชินเข้ามาวางขายในไทย แบบเข้าถึงง่าย มีในเซเว่นอะไรแบบนี้ เราก็กินแต่นิชชินตลอดเลย55555

ปกติถ้าเป็นช่วงไม่มีเงินก็กินแบบซองแหละ เพราะถูกกว่า แต่ถึงบางทีไม่มีเงินก็กินแบบถ้วยที่แพงขึ้นมาหน่อย ถามว่าเพราะอะไรก็คืออออออ ขี้เกียจล้างชาม แหะ ๆ เนี่ย นิสัยคนขี้เกียจ โลกร้อนมากแต่ก็ขี้เกียจมากเช่นกัน รู้ว่าไม่ดีและพยายามปรับปรุงตัวอยู่ค่า

แล้วไม่ใช่ว่าทางผู้ผลิตเขาจะนิ่งเฉยกับเรื่องนี้นะ เขาก็ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อโลกเหมือนกัน ผู้บริโภคต้องลด single-use packaging ทางผู้ผลิตที่เลี่ยงบรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้งไม่ได้ เขาก็ต้องหาทางแก้ของเขา อีกทางก็ช่วยโปรโมทบริษัทว่ารับผิดชอบต่อปัญหาสังคมด้วยได้ แลกกับความยุ่งยากในการผลิต

เกริ่นยาวจัง อันนี้เป็นข่าวที่เราแปลจากข่าวของ NHK อีกทีค่ะ มาอ่านกัน วันนี้มาแบบสั้น ๆ ค่ะ

นิชชินเปลี่ยนวัสดุภาชนะบะหมี่ถ้วย เพื่อลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

นิชชิน ธุรกิจผลิตอาหารยักษ์ใหญ่ จะเปลี่ยนมาใช้พลาสติกจากพืชเพื่อผลิตบรรจุภัณฑ์แบบถ้วยซึ่งเป็นสินค้าหลักแทนพลาสติกจากปิโตรเลียมให้ได้จำนวนครึ่งหนึ่งภายในปี 2021 มีจุดประสงค์เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์

ปัจจุบัน นิชชินใช้พลาสติกจากปิโตรเลียมถึง 30% ในการผลิตภาชนะของบะหมี่ถ้วยเพื่อประสิทธิภาพในการคงสภาพของสินค้า แต่นิชชินจะเปลี่ยนมาใช้ไบโอพลาสติกจากต้นอ้อยทดแทนครึ่งหนึ่งให้ได้ภายในเดือนธันวาคมปีนี้

บริษัทตัดสินใจจะเปลี่ยนมาใช้ภาชนะแบบใหม่กับบะหมี่แบบถ้วยภายในประเทศให้ได้ทั้งหมดในปี 2021 นอกจากจะสามารถลดปริมาณการใช้พลาสติกจากปิโตรเลียมได้ครึ่งหนึ่งแล้ว ก็สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ในตอนกำจัดขยะได้ประมาณ 16%

นิชชินตัดสินใจจะเปลี่ยนมาใช้พลาสติกจากพืชเพื่อผลิตบรรจุภัณฑ์อื่นอย่างบะหมี่แบบซองด้วยตามลำดับ เป็นที่จับตามองว่าการดำเนินการเรื่องนี้ของธุรกิจบะหมี่พร้อมทานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ จะส่งผลต่อธุรกิจในวงการอาหารในวงกว้างเพียงใด

ขอบคุณข่าวจาก https://www3.nhk.or.jp/news/html/20190611/k10011948551000.html?utm_int=word_contents_list-items_003&word_result=%E7%92%B0%E5%A2%83

คำศัพท์

คำศัพท์ คำอ่าน ความหมาย
容器 ようき ภาชนะ
主力 しゅりょく กำลังสำคัญ
サトウキビ   อ้อย
焼却する しょうきゃくする การแยกทำลาย การเผาขยะ การเผากำจัด
順次 じゅんじ ตามลำดับ เป็นลำดับ
取り組み とりくみ การจัดการ

翻訳:記事③予定の無い休日

ก็ยังไม่ได้เริ่มฝึกงานสักที บอลก็ไม่มีดู ชีวิตว่างมากเลย ก็เลยกลับมาหาบทความแปลอีกแล้ว แปลไปแปลมาแล้วก็สนุกดีค่ะ นอกจากศัพท์ใหม่แล้วก็ได้รู้เรื่องธรรมชาติการใช้ภาษาของคนญี่ปุ่นด้วย รวมถึงก็จะเจอปัญหาต่าง ๆ เวลาแปลด้วยค่ะ

อย่างบทความนี้ ปัญหาของเราคือ โทนของบทความต้นฉบับมันไม่ได้ทางการมาก เวลาแปลก็เลยต้องพยายามใช้ภาษาแบบสบาย ๆ ไปด้วย ซึ่งยากมาก รวมถึงมีคำบางคำที่ไม่รู้จะแปลไทยยังไง อย่างคำว่า コツのある麺 นี่แบบ โอ้ว มันอะไรกันนี่5555555

แต่ก็ถู ๆ ไถ ๆ แบบฝีมือกาก ๆ ได้ค่ะ มาอ่านกันเลย

นาน ๆ ทีก็มี “วันหยุดแบบโนแพลน” บ้างก็ดีเหมือนกัน วิธีใช้เวลาแบบไม่รีบร้อนที่ให้ความสำคัญกับตัวเองเป็นหลัก

สำหรับคนที่ทุก ๆ วันที่ยุ่งกับงานหรืองานบ้าน หากวันหยุดแล้วไม่ออกจากบ้านไปเที่ยวเล่นที่ไหนก็คงรู้สึกเสียดายแทนตัวเองที่ปกติพยายามมาตลอด แต่พอรู้ตัวอีกทีอาจจะรู้สึกว่าเหนื่อยทั้งกายและใจ และรู้สึกว่ากำลังฝืนอยู่ใช่ไหม หากรู้สึกเช่นนั้น ลองมาสร้างวันหยุดที่ไม่มีแผนการอะไรเพื่อใจว่างตอนอยู่บ้านกันเถอะ ดังนั้นเราจึงได้รวบรวมวิธีการผ่อนคลายที่มีอิสระเท่าที่จะทำได้ไว้ในบทความนี้

เรื่อย ๆ เหมือนแมวเหมียว ใช้ชีวิตวันหยุดแบบสบาย ๆ

ทุก ๆ วันที่เต็มไปด้วยงานหรืองานบ้าน พอถึงวันหยุดก็ออกไปเที่ยวข้างนอกบ้าง ไม่ก็ไปร้านเสริมสวยบ้าง พอดูตารางแล้วก็แน่นเอี้ยดทุกวัน ซ้ำยังไม่หายเหนื่อยกายทั้งใจก็ไม่สงบ เคยรู้สึกแบบนั้นบ้างไหมคะ หากเป็นเช่นนั้นเราแนะนำให้สร้างวันหยุดแบบโนแพลนดู

ยิ่งในทุกวันยุ่งขนาดไหน การสร้างวันที่จะปิดสวิตซ์ความยุ่งของตัวเองก็ยิ่งสำคัญ หากตัดสินใจแล้วว่าในวันหยุดจะไม่ทำอะไรก็ควรลืมเรื่องงาน เรื่องพบปะสังสรรค์กับผู้อื่นสักพักหนึ่ง รวมถึงวางมือถือลงด้วย มาใช้เวลาเรื่อย ๆ เท่าที่อยากทำให้เหมือนกับแมวที่นอนรับไอแดดริมหน้าต่างกัน

วิธีทำใจให้ว่างและใช้ชีวิตให้สนุก

เรื่อย ๆ ยามเช้า แช่น้ำอุ่น

หากตื่นนอนแล้ว ก็ปล่อยตัวเองตามสบายผ่อนคลายไปกับการแช่น้ำกันเถอะ อุณหภูมิของน้ำที่จะทำให้กล้ามเนื้อและร่างกายได้ผ่อนคลายก็คือแค่ระดับอุ่น ๆ เท่านั้น ความรู้สึกอุ่นนั้นจะรู้สึกแตกต่างกันไปตามอุณหภูมิร่างกายของแต่ละคน โดยพื้นฐานแล้วหากอุณหภูมิร่างกายอยู่ที่ 36 องศาเซลเซียส อุณหภูมิน้ำที่เหมาะสมคือ 38-39 องศาเซลเซียส

ใช้เวลาให้ยิ่งหรูหราฟูฟ่าขึ้นด้วยการใส่ผงหรือเกลืออาบน้ำลงไปในน้ำอุ่น จะเป็นกลิ่นที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้มากอย่างลาเวนเดอร์หรือมะกรูดก็ดี หรือจะเป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกหรูหราอย่างกุหลาบหรือน้ำมันหอมระเหยดอกส้มก็ได้

ผ่อนคลายด้วยการยืดร่างกาย

หากมีอาการขาบวมหรือไหล่ตึงล่ะก็ เคลื่อนไหวร่างกายสักนิดจะดีกว่าการนอนกลิ้งอยู่เฉย ๆ แต่หากเป็นการออกกำลังกายที่ทำให้ชีพจรเต้นเร็วก็อาจจะทำให้เหนื่อย เพราะฉะนั้นเปลี่ยนเป็นการยืดร่างกายหรือเล่นโยคะแบบง่าย ๆ จะดีกว่า ก่อนนอนหรือเวลาที่อยากผ่อนคลาย โยคะจะสามารถจัดระบบประสาทส่วนกลางให้เข้าที่ได้ ค่อย ๆ เคลื่อนไหวและกำจัดความตึงเครียดของร่างกาย

ตามใจตัวเองด้วยอาหารสำเร็จรูปที่ดีต่อร่างกาย

ในวันหยุดที่ไม่มีแผนการอะไรก็คงอยากจะพักเรื่องงานบ้านให้ได้มากที่สุดเช่นกัน หากรู้สึกว่าจะไปกินข้าวข้างนอกก็ดูจะยุ่งยาก กินอาหารสำเร็จรูปเป็นมื้อกลางวันแทนก็ง่ายดี แต่ก็ต้องมีคนที่รู้สึกผิดหลังรับประทานอาหารสำเร็จรูปรสชาติเข้มข้นที่วางขายอยู่ทั่วไป เพราะฉะนั้นเรามาเลือกอาหารสำเร็จรูปที่ดีต่อร่างกายกันเถอะ

เราขอแนะนำโซบะสำเร็จรูปสไตล์ฮากาตะของร้านโทริชิ ที่ไม่ใช้สารปรุงรสสังเคราะห์ ไม่ใช้สีผสมอาหารและไม่ใช้สารกันบูด เส้นโซบะเหนียวนุ่มที่ทำด้วยแป้งสาลีชั้นดีกับน้ำบาดาลของเมืองอุกิฮะ จังหวัดฟุกุโอกะที่โด่งดังเรื่องการทำอาหารประเภทเส้น มาพร้อมกับน้ำซุป เพียงแค่หั่นผักที่มีอยู่ในตู้เย็นใส่ลงไป ต้มไข่เพิ่มลงไปสักหน่อย ก็อร่อยอิ่มท้องและอิ่มใจได้ในคราวเดียว

ขนมอร่อย ๆ หรืออาหารสั่งทำที่ให้ความรู้สึกพิเศษ ก็เป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกพิเศษได้ในวันที่หยุดอยู่บ้าน สโคนโฮลวีตจากร้านขนมปังชื่อวะสะวะสะในจังหวัดนากาโนะน่าจะเข้าโจทย์ที่ว่าพอดี ทำจากแป้งสาลีของเมืองโทคะจิ ฮอกไกโด น้ำมันกราโนล่าและเนยหมัก รวมถึงโยเกิร์ตจากจังหวัดนากาโนะ ปิ้งด้วยเครื่องปิ้งสักครู่แล้วทานก็อร่อยไม่หยอก

ช่วงเวลาผ่อนคลายก็มักมาพร้อมกาแฟถ้วยโปรดที่ทำได้แบบง่าย ๆ กาแฟลาเต้ใส่นมถั่วเหลืองของแบรนด์ INIC Coffee เป็นกาแฟชนิดผงขนาดเล็กแบบพรีเมี่ยม แค่ละลายน้ำ 5 วินาทีก็ดื่มได้ทันที

              เมื่อผสานกาแฟมอคค่าจากโคลอมเบียเข้ากับความอร่อยของถั่วเหลืองที่มีอยู่เดิมแล้วก็ยิ่งอร่อย และยิ่งเป็นถั่วเหลืองโทะริมาซาริของฮอกไกโดที่ให้รสหวานแล้วยิ่งยอดเยี่ยมไปอีก กลิ่นหอมหวานกับรสชาติที่ทำให้ผ่อนคลาย จะทำให้เราอยากสัมผัสรสชาติของกาแฟอย่างตั้งใจ ไม่ใช่เพียงจิบไปแล้วทำอะไรไปด้วย

อ่านนิยายสั้น ๆ เนื้อหาเบา ๆ หรือดูหนังเท่าที่อยากดู

วันที่อยากปิดสวิซต์ตัวเอง การอ่านอะไรสักอย่างก็ดีเหมือนกัน หากอยากอ่านสบาย ๆ ก็คงเป็นหนังสือพวกรวมเรื่องสั้นเนื้อหาเบา ๆ ความเรียงหรือหนังสือท่องเที่ยวที่รูปเยอะ ๆ

หนังสือชื่อ のほほんと暮らす (Nohohon to kurasu) หรือแปลได้ว่าใช้ชีวิตแบบไม่ต้องคิดเยอะ ของกวีชื่อนิชิโอะ คัตสึฮิโกะ ที่นับได้ว่าเป็นคู่มือการใช้ชีวิตผ่านกลอนเลยทีเดียว ทั้งวิธีขี่จักรยานแบบชิล ๆ วิธีระงับความโกรธอย่างง่าย เป็นหนังสือที่รวบรวมเคล็ดลับการใช้ชีวิตให้เรียบง่ายและสงบสุขเล่มหนึ่ง

ต่อไปเป็นซีรีส์ชื่อว่า 猫村さん หรือเนโกะมุระซังของนักเขียนชื่อโฮชิโยริโกะ ด้วยภาพวาดสบายตาและสีหน้าไม่สนโลกของเนโกะมุระ ก็ทำให้หัวเราะและเยียวยาจิตใจได้ดีทีเดียว ที่จะแนะนำนี้เป็นฉบับที่คุณเนโกะมุระที่ทำงานอยู่ในแผนกบรรณาธิการของคาซะได้ออกเดินทางเที่ยว ตั้งแต่อาซาฮิคาวะทางตอนเหนือ จนถึงโอกินาวะทางตอนใต้ เรามาเที่ยวไปกับคุณเนโกะมุระโดยที่ยังอยู่บ้านได้ด้วยกัน

ถ้าหากจะดูหนังล่ะก็ แนะนำว่าเป็นหนังหรืออนิเมชันที่ทำให้อบอุ่นหัวใจก็คงดีไม่น้อย นั้นขอแนะนำริลัคคุมะกับคุณคาโอรุ ใน Netflix แม้จะเป็นหมีแต่ก็เข้าใจความรู้สึกของคุณคาโอรุ คุณคาโอรุเองก็เหมือนได้เยียวยาหัวใจจากความน่ารักของริลัคคุมะด้วย นอกจากนี้ ภาพอาหารหรือแพนเค้กในเรื่องก็น่ากินมาก ๆ ด้วย 1 ตอนยาวเพียง 10 นาทีเท่านั้น

เมื่ออ่านหนังสือหรือดูหนังแล้ว ก็ค่อย ๆ ผ่อนคลายตาที่อ่อนล้าด้วยผ้าปิดตาอุ่น ๆ แม้ดูเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ก็เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่มีความสุขและแสดงออกถึงการเอาใจใส่ตัวเองได้

ฟังดนตรีที่ให้ความรู้สึกดุจสัมผัสธรรมชาติ

ได้ฟังเพลงที่ตัวเองชอบก็คงรู้สึกดีที่สุด แต่ดนตรีที่ทำให้ได้สัมผัสถึงธรรมชาติและทำให้ผ่อนคลายได้ก็ดีเหมือนกัน อย่างเสียงที่ทำให้นึกถึงทะเล เสียงน้ำไหลของแม่น้ำ หรือเสียงธรรมชาติที่มีเสียงของพวกนกก็ทำให้ผ่อนคลายได้เช่นกัน เสียงนุ่ม ๆ ของนักดนตรีประกอบกีตาร์หรืออูคูเลเล่ก็ดีเหมือนกัน

ขอแนะนำช่องยูทูปของคุณ Yutaka Hirasaka นักดนตรีที่เล่นทั้งกีตาร์ เปียโน เมโลเดี้ยน เสียงดนตรีเบา ๆสบาย ๆ ที่ทำให้จินตนาการภาพและรู้สึกถึงธรรมชาติได้ แต่บางคราก็ให้ความรู้สึกตราตรึงใจ จะฟังในบ่ายวันที่นอนขี้เกียจเฉย ๆ  หรือในคืนที่ไม่ค่อยมีแสงจันทร์ก็สบายใจทั้งนั้น

นาน ๆ ทีมีวันหยุดแบบนี้ก็ดีเหมือนกันเนอะ

              ทั้ง ๆ ที่คิดว่าวันนี้ไม่ค่อยได้ทำอะไรเลย แต่เป็นวันหยุดที่ใจเต็มตื้น นาน ๆ ทีมีวันหยุดแบบนี้ก็ดีเหมือนกันใช่ไหมล่ะ มาค่อย ๆ เติมพลังในบ้านที่ตัวเองรู้สึกสบายใจที่สุด แล้วค่อยมาพยายามใหม่อย่างแข็งขันในวันรุ่งขึ้นกัน

ขอบคุณต้นฉบับบทความ และรูปภาพจาก: บทความ たまには「予定の無い休日」も良いな。自分を大切にする”のんびり時間”の過ごし方 จากเว็บ キナリノ

คำศัพท์

ศัพท์ คำอ่าน ความหมาย
忙しない せわしない ยุ่ง ไม่สงบ
日向ぼっこ ひなたぼっこ อาบแดด
心ゆくまで こころゆくまで เท่าที่พอใจ
浸かる つかる แช่ ดอง
入浴剤 にゅうよくざい ผงใส่ในน้ำอุ่นเวลาเข้าโอฟุโระ
ベルガモット   มะกรูด
ネロリ   น้ำมันหอมระเหยจากดอกส้ม
優雅な ゆうがな สละสลวย งดงาม
足がむくむ あしがむくむ ขาบวม
肩が凝る かたがこる ไหล่ตึง
自律神経 じりつしんけい ประสาทส่วนกลาง
もやもや   รู้สึกเศร้า อึน ๆ
レトルト食品 レトルトしょくひん อาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน
市販 しはん การออกวางขายในตลาด
罪悪感 ざいあくかん ความรู้สึกผิด
化学調味料 かがくちょうみりょう สารปรุงแต่งรส
保存料 ほぞんりょう สารกันบูด
即席麺 そくせきめん บะหมี่พร้อมรับประทาน
お取り寄せ おとりよせ อาหารสั่งทำพิเศษ make to order
醍醐味 だいごみ เลิศรส ความรู้สึกสุดยอด
日用品 にちようひん ของใช้ในชีวิตประจำวัน
全粒粉 ぜんりゅうふん โฮลเกรน
なたね油 なたねあぶら น้ำมันกราโนล่า
発酵バター はっこうバター เนยหมัก
本格的 ほんかくてき โดยพื้นฐาน
微粒顆粒 びりゅうかりゅう ผงบดละเอียด
旨味 うまみ รสชาติอร่อย
引き立つ ひきたつ เด่น เห็นชัดเจน
風味 ふうみ รสชาติ (ที่ดี)
五感 ごかん ประสาทสัมผัสทั้งห้า
気負わず きおわず เรื่อย ๆ ไม่เร่งรีบ
漕ぐ こぐ พาย (เรือ) ขี่ (จักรยาน)
じんわり   ค่อย ๆ
せせらぐ   (สายน้ำ) ไหล
アンビエントミュージック   เสียงดนตรีธรรมชาติ
操る あやつる ควบคุม
照明 しょうめい แสงสว่าง ไฟ

แล้วพบกันใหม่บทความหน้า สวัสดีค่าาาา

翻訳:記事②猫と夏

วันนั้นไถไปเจอบทความเรื่องวิธีรับมือกับฤดูร้อนสำหรับทาส ให้เจ้านายอย่างแมว ๆ ได้อยู่กันแบบสบาย ๆ ค่ะ เป็นบทความใน NHK หมวด lifestyle เราเองก็เลี้ยงแมวด้วยเลยลองเข้าไปอ่าน สำหรับญี่ปุ่นนี่อาจจะต้องมีบทความพิเศษเฉพาะหน้าร้อน แต่ของไทยก็คือร้อนทั้งปี ก็คือน่าจะได้เอามาปรับใช้กับแมวตัวเองทั้งปีเลย 555555555

ได้ความรู้ใหม่เหมือนกันค่ะ พวกท่านอนของแมวนี่ไม่เคยรู้เลยว่าหมายความว่าอะไร แต่พอมาอ่านบทความนี้ก็คือกลับมาลองสังเกตแมวตัวเองเลย แล้วก็พบว่า เจ้านายเรานอนตะแคงไม่ก็คว่ำตลอด ท่าทางจะร้อน ถถถถ

อะ มาอ่านบทความนี้ที่เราแปลกันเลยค่า

วิธีรับมือให้เจ้านายรอดหน้าร้อน!

ในฤดูร้อนที่ร้อนอบอ้าวของประเทศญี่ปุ่นช่างเป็นฤดูกาลที่อยู่ยากจริง ๆ มาหาวิธีการให้แมวใช้ชีวิตในฤดูร้อนได้อย่างสบาย ๆ กันเถอะ

ถึงแม้ว่าแมว เมื่อเทียบกับสัตว์อื่นแล้วเป็นสัตว์ที่ทนต้องความร้อนได้ดีกว่า แต่ในฤดูร้อนก็จำเป็นต้องระวังอยู่ โดยเฉพาะแมวที่เลี้ยงระบบปิดในบ้าน หากไม่จัดการอุณหภูมิห้องให้ดีและให้น้ำเพิ่มด้วยปริมาณที่เหมาะสมแล้ว แมวอาจจะเป็นโรคลมแดดได้ เรามาสร้างสิ่งแวดล้อมที่ไม่สร้างความเครียดให้แมว อย่ามองข้ามท่าทางว่าแมวรู้สึกร้อนและมาหาวิธีรับมือกับความร้อนให้แมวกัน

อย่าได้มองข้ามท่าทางว่าเจ้านายกำลังร้อน

แมวมีทั้งพันธุ์ที่ทนกับอากาศร้อนได้ดีและไม่ดี แต่การควบคุมอุณหภูมิห้องให้เหมาะสมกับฤดูกาลนั้นก็สำคัญมาก แม้ว่าแมวจะทนอากาศร้อนได้ดีกว่ามนุษย์ก็ตาม แต่หากร้อนมาก ๆ แล้วก็อาจจะทำให้เป็นโรคลมแดดหรือ Heat Stroke ได้ อย่าได้มองข้ามท่าทางที่แมวแสดงออกว่าร้อน และมาสร้างความสบายให้แมวกัน

ร้อนแล้วนะ! ดูได้จากท่านอนเจ้านาย

แบบสบาย ๆ (18-25 องศาเซลเซียส)
นอนในที่ที่ชอบและท่าที่สบาย





ร้อนนิดหน่อย (25-28 องศาเซลเซียส)
นอนตะแคงในที่ที่เย็นสบาย ปล่อยขาสบาย ๆ

ค่อนข้างร้อน (28 องศาเซลเซียสขึ้นไป)
นอนหงายท้องด้วยท่าทางสบาย ๆ ในที่เย็น หรือไม่ก็นอนคว่ำ

ควบคุมอุณหภูมิของแอร์ให้ดี

สำหรับแมวแล้ว แม้เพิ่มอุณหภูมิจากที่คนรู้สึกสบายไปสัก 2-3 องศาเซลเซียสก็ยังโอเคอยู่ อุณหภูมิห้องที่คนรู้สึกสบาย อาจจะแนวเกินไปสำหรับแมวจึงควรระวัง ว่ากันว่า 28 องศาเซลเซียสเป็นอุณหภูมิที่เหมาะกับการอยู่ของแมว นอกจากนี้ ถึงแม้จะเป็นห้องแคบ ๆ ที่เปิดแอร์ไว้แมวก็ยังมีโอกาสเป็นลมแดดได้ง่ายขึ้นถ้าหากห้องนั้นได้รับแสงแดดติดต่อกันในช่วงกลางวันซึ่งจะทำให้อุณหภูมิห้องสูงขึ้น ดังนั้นจึงควรทำมีเทคนิคที่ทำให้แมวเลือกที่อยู่ที่สบายของตัวเองได้ เช่น เปิดช่องเล็ก ๆ ไว้ให้แมวเดินไปห้องข้าง ๆ ได้

การให้น้ำเพิ่มและควบคุมปริมาณน้ำ สิ่งที่ควรระวังในฤดูร้อน

กล่าวกันว่าบรรพบุรุษของแมวเคยอาศัยอยู่ที่ทะเลทรายในประเทศอียิปต์ และเป็นสัตว์ที่มีสัดส่วนน้ำในร่างกายน้อยอยู่แล้ว แต่ว่าในฤดูร้อนแมวก็จะเพิ่มการดื่มน้ำของตัวเองอยู่ดี เราจึงควรเพิ่มที่วางน้ำสำหรับแมวเพื่อให้แมวสามารถดื่มน้ำได้ตลอดเวลา และใน 1 วันควรเปลี่ยนน้ำ 3 ครั้ง รวมถึงทำความสะอาดภาชนะใส่อาหารของแมวหลังจากแมวกินอาหารเสร็จด้วย

นอกจากนี้ เดิมทีแล้วที่กินอาหารกับที่ดื่มน้ำของแมวจะแยกออกจากกัน ถ้าวางภาชนะใส่อาหารและน้ำไว้ใกล้กัน อาจจะทำให้น้ำเข้าไปในอาหารซึ่งอาจทำให้แมวป่วยได้ ไม่ใช่ว่าห้ามโดยเด็ดขาดแต่หากสามารถวางแยกกันได้ก็จะดีกว่า ตอนกลางวันหากเป็นคนที่ไม่ค่อยอยู่บ้านแล้วควรหาพวกน้ำพุแมวที่จะปล่อยน้ำสะอาดออกมาอัตโนมัติไว้ก็จะดี

แมวเป็นสัตว์จำพวกที่ไม่ค่อยดื่มน้ำ ดังนั้นควรเปลี่ยนเป็นอาหารเปียก หรือว่าลดปริมาณอาหารใน 1 ครั้งและเพิ่มจำนวนครั้งแทน หากใส่พวกกลิ่นของอกไก่ ปลาทูน่าหรือกัญชาแมวลงไปในน้ำ ก็จะสามารถเพิ่มปริมาณน้ำจนถึงระดับที่ร่างกายแมวต้องการได้

ที่มาบทความและรูปภาพทั้งหมด: https://www.nhk.or.jp/lifestyle/article/detail/00121.html

ศัพท์

ศัพท์ คำอ่าน ความหมาย
補給 ほきゅう เติมเต็ม เพิ่มเติม
ひんやりとした   เย็นสบาย
だらんとした   ทำตัวสบาย ๆ
脱力する だつりょくする เหนื่อย หมดแรง
仰向け寝 あおむけね นอนตะแคง
うつぶせ寝 うつぶせね นอนคว่ำ
砂漠 さばく ทะเลทราย
給水器 きゅうすいき เครื่องจ่ายน้ำ
ささみ   อกไก่ (คุณภาพดี)
またたび   กัญชาแมว Catnip
摂取 せっしゅ การรับเข้า ดูดซึมเข้าร่างกาย

翻訳:記事①キャッシュレス社会

สวัสดีค่าาาาา ดูเหมือนจะติดใจการเขียนบล็อคอยู่เล็กน้อยถึงปานกลาง เราเลยขออาศัย blog เดิมในการลงสิ่งที่จะช่วยพัฒนาตัวเองของเราไปเลยก็แล้วกัน วันนี้เรามาในโหมด แปลบทความไปเรื่อย ๆ เหนื่อยก็พัก ส่วนมากเน้นพักไม่เน้นแปลค่ะ

ความตั้งใจคือจะทำตั้งแต่ปิดเทอม ส่งงานเบ็ดเสร็จทุกอย่างแล้วแต่ก็ลากยาวกว่าจะได้ทำจริง ๆ ก็ผ่านไปเกือบเดือนแล้ว แหะ ๆ ส่วนบทความที่แปลเราเอามาจากเว็บ lifehacker.jp ค่ะ วันนี้มาในธีม Cashless Society กัน

ที่ไทยก็เริ่มเห็นหลาย ๆ ที่ที่รับจ่ายเงินด้วยบัตรหรือ Promtpay ผ่าน QR Code อะไรต่าง ๆ มากมาย ก็สะดวกสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์แบบ rely everything on the internet แต่ทุกวันที่กดโอนหรือสแกนคิวอาร์โค้ดจ่ายกันเก่ง ๆ บางทีก็ลืมนึกถึงข้อดีข้อเสียของการจ่ายเงินโดยไม่ใช้เงินสดแบบนี้ไปเลย บทความที่จะนำมาให้อ่านกันก็เป็นข้อดีข้อเสียของการชำระแบบไม่ใช้เงินสดจากมุมมองของคนญี่ปุ่นค่ะ

บทความต้นฉบับชื่อว่า 現金主義の人に教えたい、キャッシュレス決済のメリット・デメリット (ต้นฉบับจิ้มลิ้งค์ไปได้เลยค่า)

ส่วนต่อไปเป็นส่วนที่เราแปลออกมาเป็นภาษาไทยง่อย ๆ ของเราที่คิดว่า เดี๋ยวก็คงพัฒนาจากการแปลเยอะ ๆ เองแหละ 5555555555

ข้อดีและข้อเสียของการไม่ใช้เงินสดที่อยากบอกทีมใช้เงินสดรู้

現金主義の人に教えたい、キャッシュレス決済のメリット・デメリット
Image: ideyweb/shutterstock

เปลี่ยนเป็นสังคมไร้เงินสดแล้วมันดีอย่างไรล่ะ คงมีคนญี่ปุ่นที่รู้สึกเช่นนั้นอยู่ไม่น้อยทีเดียว

ตามรายงานเรื่องสถานการณ์การไม่ใช้เงินสดในปัจจุบันและการจัดการหลังจากนี้ของกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น (พฤษภาคม 2018) หากเทียบอัตราการชำระโดยไม่ใช้เงินสดของแต่ละประเทศในโลกกับประเทศญี่ปุ่นแล้ว ประเทศที่พัฒนาแล้วชำระโดยไม่ใช้เงินสดถึง 40-60% ในขณะที่ประเทศญี่ปุ่นญี่ปุ่นยังเป็นประเทศที่พึ่งพาการจ่ายเงินสดเป็นหลักอยู่ ทำให้อัตราการชำระโดยไม่ใช้เงินสดอยู่ที่ประมาณ 20% เท่านั้น คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเกี่ยวกับเรื่องแผนการการลงทุนในอนาคตปี 2017 ว่าจะทำให้อัตราการชำระโดยไม่ใช้เงินสดของประเทศญี่ปุ่นให้เพิ่มขึ้นเท่าตัวเป็น 40% ภายในเดือนมิถุนายน 2027

แล้วทำไมคนญี่ปุ่นถึงยังไม่หันไปใช้การจ่ายแบบไม่ใช้เงินสดล่ะ เรามาคิดเรื่องข้อดีและข้อเสียของการไม่ใช้เงินสดกันอีกครั้งดีกว่า

ปัจจัยทางจิตใจที่ทำให้รู้สึกกังวลเวลาไม่ได้จ่ายด้วยเงินสด

クレジットカードに対する不安
Image: Chaliya/shutterstock

การชำระแบบไม่ใช้เงินสดมีวิธีการต่าง ๆ เช่น การใช้บัตรเครดิต เงินอิเล็กทรอนิกส์ บัตรเดบิต บัตรที่เติมเงินล่วงหน้า QR Code เป็นต้น

สิ่งที่ผู้เขียนรู้สึกได้ตั้งแต่ก่อนที่จะมีคำว่าการชำระแบบไม่ใช้เงินสดกำเนิดขึ้นมาก็คือ แม้จะมองในระดับโลกแล้ว ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เคารพเงินสดมากทีเดียว นอกจากนี้คนญี่ปุ่นยังไม่ชอบการกู้หนี้ยืมสินด้วย มักกังวลต่อใบแจ้งหนี้อย่างมาก โดยเฉพาะใบแจ้งหนี้ของบัตรเครดิตที่เป็นตัวแทนของการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง

ตามผลสำรวจเรื่องการรับรู้ของคนในสังคมที่มีต่อเงินของสถาบันเรื่องความเป็นอยู่ฮะกุโฮโดในเดือนธันวาคม 2017 คนญี่ปุ่นให้เหตุผลที่คนต่อต้านสังคมไร้เงินสดซึ่งอาจมองได้ว่าเป็นเบื้องหลังของความคิดเกี่ยวกับเรื่องเงินและหนี้สิน มีดังนี้

  • อันดับ 1 เพราะมีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายสิ้นเปลือง
  • อันดับ 2 เพราะมีแนวโน้มที่จะด้านชาเรื่องการสัมผัสเงิน
  • อันดับ 3 เพราะมีแนวโน้มว่าความรู้สึกขอบคุณที่มีต่อเงินจะหายไป
  • อันดับ 4 เพราะเงินสดยังจำเป็นอยู่
  • อันดับ 5 เพราะมีแนวโน้มที่จะเกิดอาชญากรรมเพิ่มขึ้น

หากจะพูดให้ชัด ๆ ก็คือคงจะรู้สึกปลอดภัยและสบายใจกับการใช้เงินสดมากกว่า

แต่หากหักดิบให้คนใช้การชำระโดยไม่ใช้เงินสดด้วยทั้งนโยบายจากรัฐบาลที่ตื่นตัวเรื่องการผลักดันการชำระโดยไม่ใช้เงินสดด้วยการแคมเปญ “…เปย์” ต่าง ๆ ที่จะคืนแต้มให้กับผู้ชำระโดยไม่ใช้เงินสด รวมถึงการชำระเงินด้วยตัวเองที่แพร่หลายมากขึ้นในร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ต ก็จะทำให้คนต้องหันไปใช้จ่ายโดยไม่ใช้เงินสดและสถานที่ที่สามารถใช้จ่ายด้วยเงินสดได้ก็จะลดลงตามไปด้วย

แล้วถ้าหากกำจัดข้อจำกัดดังกล่าวแล้วเริ่มใช้จ่ายโดยไม่ใช้เงินสดด้วยตัวเองแล้วจะต้องทำอย่างไร มาคิดถึงข้อดีกัน

เริ่มการใช้จ่ายโดยไม่ใช้เงินสดด้วยบัตรเดบิตที่ยังให้ความรู้สึกเหมือนใช้เงินสดอยู่

お財布の代わりに使えるデビットカード
Image: Macrovector/shutterstock

ข้อดีของการชำระโดยไม่ใช้เงินสดคือ ความสะดวกของผู้ใช้และสิทธิประโยชน์จากบริษัทที่รับชำระ

  • ไม่ต้องถือเงินสดไปมาจึงปลอดภัย
  • ไม่จำเป็นต้องไปต่อแถวถอนเงินจาก ATM อีกต่อไป
  • ตอนที่ซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ตก็จ่ายได้ทันที ไม่ต้องโอนเงินหรือจ่ายเงินปลายทาง
  • มีข้อมูลประวัติการใช้ ทำให้จัดการง่าย
  • แต้มสะสมที่ได้ตอนที่ชำระเงิน
  • สิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้ต่อเนื่องหรือจากแคมเปญต่าง ๆ

แล้วการลดความกังวลต่อการชำระโดยไม่ใช้เงินสด รวมถึงพิจารณาข้อดีและหันไปใช้การชำระแบบไม่ใช้เงินสดควรทำอย่างไรบ้าง

นั่นคือต้องลดอคติที่มีต่อการเป็นหนี้ลงบ้าง วิธีที่ดีที่สุดก็คือไม่ใช้บัตรเครดิตแต่ใช้บัตรเดบิตที่สามารถจ่ายเงินได้ทันทีด้วยวงเงินที่มีอยู่ในบัญชีของสถาบันการเงินต่าง ๆ แทน การจ่ายด้วยจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีอาจจะเหมือนกับการใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์ที่มีในบัตรเติมเงินหรือการชำระด้วย QR Code แต่หากเปลี่ยนไปเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนแล้วก็จะทำให้เห็นยอดเงินคงเหลือในบัญชีและใช้เงินได้อย่างสบายใจขึ้น

เท่านี้ก็เป็นการเริ่มต้นการชำระโดยไม่ใช้เงินสดด้วยวิธีการที่ทำให้เหมือนถือกระเป๋าเงินได้

แต่ก็ต้องระวังเวลาใช้บัตรแบบเติมเงินด้วย ถ้าหากตั้งระบบที่จะชำระแบบอัตโนมัติไว้ จะมีกรณีที่พอยอดเงินคงเหลือน้อยกว่า 1000 เยนแล้ว จะดึงเงินจากบัญชีที่ผูกไว้มา 3000 เยนโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะทำให้ความรู้สึกที่เหมือนตอนจ่ายเงินสดจางหายไปและนำไปสู่การใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือยได้

แล้วการเตรียมรับความเสี่ยงของการชำระโดยไม่ใช้เงินสดล่ะ?

キャッシュレス決済のリスクを回避
Image: Artem Efimov/shutterstock

หากเป็นเรื่องการชำระโดยไม่ใช้เงินสดแล้ว ก็มีความกังวลเรื่องความปลอดภัยอยู่ไม่น้อย

สมมติทำบัตรหายหรือบัตรถูกขโมย ความเสี่ยงหรือความเสียที่เกิดจากการนำไปใช้ทันทีแบบเงินสดก็จะลดลงเพราะประกันเรื่องการขโมยที่ติดมากับบัตรครอบคลุมกรณีดังกล่าวด้วย ส่วนที่ตนเองต้องรับผิดชอบก็จะลดลงด้วย นอกจากนี้แล้ว ตอนที่ซื้อของผ่านอินเทอร์เน็ตแล้วต้องชำระสินค้าที่มีมูลค่าสูง จะมีการตั้งค่าให้พิสูจน์บุคคลถึง 2 ชั้นด้วยการใส่รหัสผ่านหรือยืนยันตัวตนผ่านสมาร์ทโฟนทำให้ความเสี่ยงที่ข้อมูลของบัตรจะรั่วไหลก็ลดลงตามไปด้วย

แต่ที่น่ากังวลน่าจะเป็นตอนที่เกิดภัยธรรมชาติแล้วระบบการชำระโดยไม่ใช้เงินสดใช้ไม่ได้มากกว่า เช่นกรณีที่เกิดแผ่นดินไหวในแถบตะวันออกของเขตอิบุริในฮอกไกโด รถไฟในพื้นที่หยุดบริการ รวมถึงในร้านสะดวกซื้อก็ใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์และบัตรเครดิตไม่ได้ จึงเห็นข้อด้อยของสังคมไร้เงินสดขึ้นมา

ถ้าหากจะพูดถึงวิธีแก้ข้อเสียที่ส่งผลต่อเรื่องความเป็นความตายเช่นนี้ ก็คงจะเป็นการใส่เงินสดเพื่อใช้ยามฉุกเฉินจำนวนหนึ่งไว้ในถุงยังชีพ แต่ถ้าแค่ 1000 หรือ 2000 เยนก็คงจะไม่พอ จำนวนที่ควรใส่เพื่อให้อยู่ได้แบบสบายอย่างน้อยก็ควรอยู่ที่ 20000-30000 เยน ซึ่งจะทำให้ครอบครัวหนึ่งใช้ชีวิตประมาณหนึ่งสัปดาห์

อย่างที่ได้แนะนำไป แม้การมีเงินสดอยู่ในมืออาจจะทำให้สบายใจกว่า แต่หากสังคมพัฒนาไปเป็นสังคมไร้เงินสดแล้ว ก็ควรใช้โดยพยายามลดความเสี่ยงให้ได้มากที่สุด

อย่างที่พูดไปแล้วเกี่ยวกับบัตรเดบิต หากสถาบันการเงินมีบริการบัตรเงินสดด้วยก็สามารถรวมฟังก์ชันทั้งเป็นบัตรเงินสดและบัตรเดบิตได้ในใบเดียว ก่อนอื่น ก็ต้องตรวจสอบข้อมูลกับทางสถาบันการเงินต้นทางก่อนด้วย

ที่มา: https://www.lifehacker.jp/2019/04/cashless_merit_demerit.html

ศัพท์จากบทความ

ศัพท์ คำอ่าน ความหมาย
決済 けっさい การชำระเงิน
投資 とうし การลงทุน
電子マネー でんしマネー เงินอิเล็กทรอนิกส์ (เช่น เติมเงินในบัตรแบบแรบบิท)
つけ   ใบแจ้งหนี้
警戒心 けいかいしん เป็นกังวล หวาดระแวง
浪費 ろうひ การใช้จ่ายฟุ่มเฟือย
麻痺 まひ ด้านชา
セルフレジ   การจ่ายเงินด้วยตัวเอง (Self-Register)
面舵を切る おもかじをきる ทำ…แบบกระทันหัน
必然 ひつぜん เป็นไปโดยธรรมชาติ
障壁 しょうへき อุปสรรค
特典 とくてん สิทธิประโยชน์
振込 ふりこみ การโอนเงิน
享受する きょうじゅする การเรียนรู้ข้อดีแล้วนำมาใช้
金融機関 きんゆうきかん สถาบันทางการเงิน
残高 ざんだか ยอดเงินคงเหลือ
紛失 ふんしつ การทำหาย
付帯する ふたいする ติดมาตั้งแต่แรก
漏洩する ろうえいする (ความลับ) รั่วไหล
露呈する ろていする (สิ่งไม่ดี) ปรากฏ

まとめ

            ในที่สุดเราก็เดินทางมาถึง entry สุดท้ายสำหรับวิชานี้ใน blog นี้กันแล้วนะคะ ที่บอกว่าสำหรับวิชานี้ก็เพราะว่า เราอาจจะเขียนต่อก็ได้ ส่วนในวิชานี้ ถือว่าเป็นการเดินทางที่ยาวนานแต่ก็ได้พิสูจน์ตัวเองและได้ลองอะไรใหม่ ๆ หลายอย่างมาก วิชาที่ถ้าหากเราตัดสินใจไม่ลงเรียนคงจะเสียใจแน่ ๆ วิชาที่พยายามขายให้เพื่อนมาเรียนเพราะกลัวคอร์สปิด เอาไว้ปี 4 ก็จะขายคอร์สให้เพื่อน ๆ และน้อง ๆ อีกแน่นอน 55555 จะจบก็ต้องสรุปหน่อยละกันว่า blog นี้มีอะไรและได้อะไรจากวิชานี้บ้าง

สรุป blog ที่เขียน

              เราอัพ blog (ไม่รวมครั้งนี้) ไปทั้งสิ้น 17 ครั้ง โดยแบ่งออกไปหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้ค่ะ

หัวข้อ เนื้อหาของหัวข้อ จำนวนครั้ง
タスク task ที่ทำในห้องเรียน มีเรื่อง 魅力的な自己紹介 2 ครั้ง, 手際のよい説明, 目に浮かぶ描写 2 ครั้ง, 忘れられない体験, 空想作文 7 (ไม่รวมที่เป็นตัวบทเฉย ๆ ไม่มีการ 内省)
特別コーナー มุมพิเศษ อาจจะเรียกได้ว่ามุมจับฉ่าย มีเรื่อง 敬語, 仮説ランキング ที่เราสรุปรวมทฤษฎีต่าง ๆ จากทั้งคอร์ส 2 ครั้ง, สรุป 1行で伝える技 4
遊ぼう มุมที่เราเอาไว้ขายของ เล่าเรื่องงานอดิเรกที่เราชอบค่ะ ส่วนมากก็แนะนำเพลงกับวงนักร้องที่ชอบ 2
実際応用 มุมที่เราเอาไว้เล่าเวลาเอาทฤษฎีหรือสิ่งที่เราได้เรียนรู้ในห้องไปใช้จริง ๆ มีเรื่อง フィラー ที่เรียนตอนแนะนำตัวใช้จริงในคาบคอนเวอร์, i+1 ใน input hypothesis ได้ทดลองใช้ตอนสอนพิเศษ, いい聞き手になる ที่เรียนพร้อมกันกับ task 目に浮かぶ描写 ได้เอาไปใช้ในคาบคอนเวอร์ 3
教室の外 เรื่องที่เราไปพบเจอแล้วมันเกี่ยวพันกับสิ่งที่เรียนในคาบพอดีก็เลยเก็บมาเขียนเล่าให้อ่าน เรื่อง エピソード ที่เรียนตอนแนะนำตัว 1
รวม 17

              เราตั้งเป้าขั้นต่ำไว้ที่ 10 และขั้นสูงไว้ที่ 15 แต่มาได้ถึง 17 ก็นับได้ว่าทะลุเป้าเลย เรียกได้ว่าอัพจนเพื่อนงงว่าหาอะไรมาอัพได้หนักหนา แต่เราว่าเรายังขาดความ consistent อยู่นิดหน่อย บางทีช่วงที่ยุ่งกับวิชาอื่นก็จะหายไป 2-3 อาทิตย์ค่อยมาอัพทีนึง แต่อัพก็ทีละ 2 บทความเลยอะไรแบบนี้ พยายามเขียนถึงสิ่งที่เรียนในห้องให้ได้ครอบคลุมทั้งหมดแต่พอมาสรุปแล้วเรายังขาดส่วนของ 言語現象 ที่เรียนในห้องอยู่

สิ่งที่ได้จากการเรียน

            ก่อนเรียนเราตั้งเป้าหมายไว้ว่า เราแค่อยากเรียนวิชานี้ให้สนุกที่สุดและพยายามทำให้เต็มที่ที่สุดกับทุก ๆ สิ่งในคาบนี้ เป้าหมายในการพัฒนาตนเองตอนแรกมีเพียงแค่อยากเรียนทฤษฎีภาษาศาสตร์ที่เป็นสิ่งที่ตัวเองสนใจอยู่ก่อนหน้าเท่านั้น แต่สิ่งที่เราได้กลับมานอกจากทฤษฎีภาษาศาสตร์แล้วก็มีอย่างอื่นด้วย         

นอกจากทฤษฎีเรื่องภาษาศาสตร์ประยุกต์และรูปแบบการสอน SLA ที่เป็นความรู้ใหม่แล้ว สิ่งที่ได้เรียนรู้ไม่ใช่เพียงแค่ทฤษฎีเท่านั้นแต่ยังมีหลายส่วนที่ได้พัฒนาขึ้นจากกระบวนการเรียนรู้ทั้งทฤษฎีภาษา การทำ task ต่าง ๆ และการเรียนปรากฏการณ์ภาษาไปพร้อมกัน

1. Empathy

            ให้แปลตรงตัวก็คือความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น เป็นคำที่เราได้ยินตั้งแต่คาบแรกและกลายเป็นสิ่งที่เราจดจำได้ นึกถึงเป็นลำดับแรก ๆ เลยหากพูดถึงคาบ App Jp Ling ถึงแม้ตอนนี้เราจะยังต้องพยายามในการใช้ภาษาญี่ปุ่นแบบที่นึกถึงคู่สนทนา แต่หวังว่าสักวันจะใช้ภาษาญี่ปุ่นที่นึกถึงผู้อื่นได้แบบ 無意識にเราได้ลองคิดจากมุมมองของผู้ฟังและผู้อ่านแทนมุมมองของผู้พูดและผู้เขียน

              ในคาบนี้เราเหมือนได้เรียนรู้ที่จะมี empathy ต่อผู้อื่นผ่าน task ต่าง ๆ ที่ทำในห้องไปด้วย เช่น ตอนเขียนบอกทางจากช่องนนทรีมาที่อาคารบรมราชกุมารีให้คนญี่ปุ่นที่ไม่เคยมาจุฬาเลยรู้เรื่อง ตอนนั้นเราต้องพยายามจินตนาการให้ตัวเองเป็นคนที่ไม่รู้ทาง ไม่รู้เลยว่าพื้นที่บริเวณนี้หน้าตาเป็นอย่างไรแล้วก็เขียน โดยพยายามคิดไปด้วยว่าผู้อ่านจะมีอะไรเป็นจุดสังเกตได้บ้าง task เรื่องอธิบายให้เห็นภาพเราก็ต้องพยายามคิดว่าควรเล่าอย่างไรให้อีกฝ่ายเห็นภาพได้ เพราะมีแค่ฝั่งเราที่เห็นภาพเท่านั้น เราจะเล่าเหมือนอีกฝ่ายเห็นภาพกับเราด้วยไม่ได้ หรือ task いい聞き手になる ที่เราสลับบทบาทมาเป็นฝ่ายฟังแทนพูด ก็ต้องพยายามคิดว่าเราควรจะตอบรับอย่างไรไม่ให้ผู้ที่พูดอยู่รู้สึกไม่ดีและขณะเดียวกันก็ต้องแสดงให้เห็นว่าเราพยายามเข้าใจและมีอารมณ์ร่วมไปกับสิ่งที่อีกฝ่ายพูดอยู่

              สิ่งสำคัญที่เราได้เรียนรู้ก็คือ ไม่ใช่แค่เพียงการใช้ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น การใช้ชีวิตทั่วไปเราก็ควรใช้ชีวิตแบบเห็นอกเห็นใจผู้อื่นเช่นกัน

2. Challenging

              คำว่า challenging หรือท้าทายนี้เราให้ 2 ความหมาย คือ ได้ทำสิ่งใหม่ กับทำสิ่งเดิมด้วยวิธีการใหม่ ถ้าพูดถึงสิ่งที่เราได้ทำแบบที่ไม่เคยทำมาก่อนจริง ๆ ก็น่าจะเป็นเรื่องการเขียน 空想作文 เพราะก่อนหน้าคุ้นเคยกับการเขียน academic writing มากกว่าการเขียนแบบ freestyle ที่ให้โอกาสเราในการใช้จินตนาการให้เต็มที่ เลยถือว่า task นี้ challenging ในแง่ของสิ่งใหม่

ส่วนอีกแบบหนึ่ง ดูจากชื่อสิ่งที่ต้องทำในวิชานี้แล้วอาจจะดูเหมือนซ้ำก็สิ่งที่เคยทำ แต่ความ challenging หรือท้าทายของมันอยู่ที่ตรง ทำสิ่งเดิมด้วยวิธีการที่ต่างออกไปต่างหาก ทั้งการแนะนำตัว เขียนบอกทาง เล่าเรื่องให้เห็นภาพ ทุกสิ่งล้วนเป็นสิ่งที่เราประสบมาหมดแล้วแต่กระบวนการเรียนรู้นั้นแตกต่างออกไป ตอนเรียนชั้นต้นก็จะมี guide มาให้ก่อนว่าควรพูดอย่างไร แต่ครั้งนี้เราได้ทำจาก output คือใช้ความรู้ที่เรามีอยู่ทั้งหมดเพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ แล้วจึงกลับมาสังเกตตัวเอง และรับ input ว่าควรทำสิ่งนั้นอย่างไร

กระบวนการทำย้อนกลับแบบนี้ทำให้เรารู้สึกว่ามัน challenging ในทุกขั้นตอน ตอนที่ output ก็ท้าทายว่าเราจะนำความรู้ที่เรามีออกมาใช้เพื่อทำภารกิจให้ลุล่วงได้อย่างไร ตอนสังเกตข้อผิดพลาดหรือแม้กระทั่งสิ่งที่ตัวเองทำได้ดีนั้นก็ท้าทายว่าเราจะสังเกตเห็นจุดผิดของตัวเองได้แค่ไหน หลังจากรับ input ก็มีความท้าทายอยู่ตรงการนำไปใช้ในครั้งหน้าว่าเราจะสามารถดึง input ที่ได้รับใหม่ออกมาใช้ได้แค่ไหน

3. Noticing things

              อย่างที่พูดไปในหัวข้อก่อนหน้าว่าหนึ่งในความท้าทายก็คือการพยายามสังเกตตัวเอง สิ่งที่เราได้ฝึกในวิชานี้มาก ๆ เลยก็คือการสังเกต ไม่ใช่แค่การสังเกตตัวเองเท่านั้นแต่ต้องสังเกตการใช้ของเพื่อนที่น่าสนใจ เรียกว่า peer learning ไปด้วย และขณะเดียวกันก็ต้องพยายามสังเกตวิธีการใช้ภาษาจาก input ที่เราได้รับหลังจากที่ทำ task ต่าง ๆ เพื่อนำมาใช้ปรับปรุงงานของตัวเอง

              ไม่ใช่แค่ตอนทำ task เท่านั้น ตอนที่เรียนพวก 言語現象 อาจารย์จะไม่ได้เริ่มสอนจากทฤษฎีหรือสิ่งที่สรุป แต่จะสอนด้วยการยกตัวอย่างหลากหลายรูปแบบขึ้นมาก่อนเพื่อให้นิสิตฝึกการสังเกตจุดร่วมและจุดต่าง และนำจุดที่ได้สังเกตมาสรุปกฎว่าเป็นอย่างไร กระบวนการเช่นนี้จะทำให้เราได้เห็นตัวอย่างแทนการเรียนทฤษฎีแบบลอย ๆ ทำให้เราจดจำวิธีการใช้ได้แม่นยำขึ้น เช่น ตอนเรียนเรื่องทำไมต้องใช้รูปถูกกระทำในภาษาญี่ปุ่น เราก็จะได้รับแบบฝึกหัดไปทำก่อน โดยให้สังเกตและพยายามคิดว่าทำไมถึงใช้ หลังจากนั้นจึงมีการอภิปรายและอธิบายในห้องทีหลัง

4. Learning by yourself

            วิชานี้ไม่ใช่วิชาที่รับสิ่งที่ผู้สอนป้อนอย่างเดียว แต่โดยมากต้องพยายามด้วยตัวเองก่อนทั้งสิ้น ในการทำ task หากเป็นสิ่งที่ทำทันทีในห้องแบบการแนะนำตัวหรือการเล่าให้เห็นภาพ กระบวนการค้นคว้าด้วยตัวเองจะเกิดตอนที่ต้องศึกษา input ที่ได้รับหลังจากทำภารกิจเสร็จ เพื่อนำไปปรับปรุงงานของตัวเอง ซึ่งตรงนี้อาจารย์ไม่สามารถสอนให้ทั้งหมดได้เพราะปัญหาที่เกิดกับตัวผู้เรียนแต่ละคนมีความแตกต่างกันจึงต้องพยายามเรียนรู้ด้วยตัวเอง

              ส่วน task ที่ต้องไปทำที่บ้านอย่างการบอกทาง การเขียนเรื่องเล่า ซึ่งล้วนเป็นงานเขียน ก็ต้องมีการเรียนรู้ด้วยตัวเองทั้งส่วนของไวยากรณ์ ศัพท์และส่วนของเทคนิคการเล่าเรื่องที่ต้องนำทฤษฎีและตัวอย่างที่ได้อ่านมาประยุกต์ใช้กับเรื่องของตัวเองให้ได้ และหลังจากที่รับ feedback จากเพื่อนในห้องเรียนแล้ว ก็ต้องรับคำแนะนำนั้นมาปรับปรุงงานของตัวเอง ซึ่งส่งเสริมให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ไปพร้อมกัน

              ในส่วนของ 言語現象 ต่าง ๆ ที่ได้เรียนในห้องก็เช่นเดียวกัน ส่วนมากจะเป็นแบบฝึกหัดมาให้ทำก่อนแล้วจึงเฉลยในห้อง เช่น ตอนเรียนเรื่องภาษาพูดและภาษาเขียน ตอนที่ทำแบบฝึกหัดก็พยายามไปหาพวก 同義語 มาใช้ แม้จะมีถูกบ้างผิดหรือใช้แทนกันไม่ได้บ้างก็ถือเป็นการเรียนรู้เรื่องความแตกต่างของศัพท์และรูปประโยคแต่ละอันไปด้วย

***************

              ส่วนนี้ไม่ต้องอ่านก็ได้ค่ะ เป็นความรู้สึกปลาบปลื้มของเราต่อการเรียนวิชานี้ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประเมินผลแต่อย่างใด เพียงแค่อย่างเขียนเก็บไว้เป็นความรู้สึกก่อนที่เวลาผ่านไปแล้วมันจะไม่ชัดเจนเหมือนเดิมแล้ว เราดีใจมาก ๆ ที่ตัดสินใจลงวิชานี้ คือเห็นชื่ออาจารย์ผู้สอนเราก็ตัดสินใจได้นานแล้วเพียงแต่ลังเลว่าจะลงตอนปี 3 เลยดีหรือเปล่า เพราะเป็นปีที่ค่อนข้างหนัก อยากลงน้อยตัวเผื่อชีวิตจะสบายขึ้น แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเรียนในเทอมนี้ แล้วเราก็ไม่ผิดหวัง

              วิชานี้เปรียบเสมือน healing เรียกว่าเป็น 癒し科目 เลยก็ว่าได้ สมแล้วที่ยอมออกมาเรียนวันจันทร์ เรียนแล้วมีความสุข สุขภาพจิตดี เหมือนเราได้เป็นตัวของตัวเองและได้แสดงความคิดเห็นและความเป็นตัวเองออกมาได้เต็มที่ มีอิสระในการคิดแต่ในขณะเดียวกันเราก็ได้พัฒนาตัวเองไปพร้อมกันด้วย ได้ประโยชน์สองทาง ทั้งด้านจิตใจและด้านวิชาการเลยก็ว่าได้

              เอาเป็นว่า ไม่เคยมานั่งบ่นเลยว่าทำไมถึงมาลงวิชานี้ ขอบคุณมากที่เป็นสิ่งเยียวยาในปีที่โหดร้ายนี้

ありがとう。さようなら😉